Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / Shock Wave

Shock Wave

Shock Wave

shock wave Banner

คำอธิบายและความเป็นมา (Description & Background)

การบำบัดด้วยคลื่นกระแทกนอกร่างกาย (Extracorporeal Shockwave Therapy: ESWT) เป็นเทคโนโลยีที่อาศัยคลื่นกล (Acoustic Wave) พลังงานสูงซึ่งมีความดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น (Microseconds) ตามด้วยช่วงความดันลบ คลื่นกระแทกถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 สำหรับการสลายนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (Lithotripsy) ก่อนจะพัฒนาเข้าสู่วงการเวชศาสตร์ฟื้นฟู เวชศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์ชะลอวัย และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Regenerative Medicine) เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

shock wave 01

ในทางเวชปฏิบัติ คลื่นกระแทกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักตามลักษณะทางฟิสิกส์และการกระจายของพลังงาน:

  • Focused Shockwave Therapy (FSWT): คลื่นกระแทกแบบโฟกัส สร้างขึ้นจากแหล่งกำเนิดพลังงาน Electrohydraulic, Electromagnetic หรือ Piezoelectric ลักษณะคลื่นมีความเร็วสูงกว่าเสียง ความดันสูงสุดสูง (Peak Pressure > 100 MPa) พลังงานรวมศูนย์และลงลึกเฉพาะจุดที่ต้องการรักษา (สูงสุด 10-12 เซนติเมตร) เหมาะสำหรับโครงสร้างเนื้อเยื่อส่วนลึก เอ็น และกระดูก
  • Radial Shockwave Therapy (RSWT หรือ Radial Pressure Waves): คลื่นแรงดันแบบกระจาย สร้างขึ้นด้วยระบบอัดอากาศ (Pneumatic) ยิงหัวกระสุนกระทบตัวส่งสัญญาณ คลื่นมีความเร็วต่ำกว่าเสียง ความดันสูงสุดต่ำกว่า (Peak Pressure 0.1-5 MPa) พลังงานกระจายตัวเป็นวงกว้างและลดทอนลงตามระดับความลึก (ลงลึกประมาณ 3-5 เซนติเมตร) เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อและพังผืดในชั้นตื้น
shock wave 02

กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)

คลื่นกระแทกส่งผลต่อการฟื้นฟูระบบชีวภาพและระดับเซลล์ผ่านกระบวนการแปลงสัญญาณเชิงกลเป็นสัญญาณชีวเคมี (Mechanotransduction) ดังนี้:

  • Mechanotransduction & Cell Signaling: คลื่นกลส่งแรงเค้นเฉือน (Shear Stress) กระตุ้นตัวรับสัญญาณบนเยื่อหุ้มเซลล์ (Integrins และ Stretch-activated Ion Channels) เหนี่ยวนำให้เกิดการส่งสัญญาณภายในเซลล์ผ่านวิถี FAK-ERK และ Wnt/β-catenin ส่งผลต่อการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการสร้างและการจัดเรียงตัวของ Extracellular Matrix (ECM)
  • Angiogenesis & Microcirculation: กระตุ้นการหลั่งสารชีวโมเลกุลที่สำคัญ เช่น Vascular Endothelial Growth Factor (VEGF), Endothelial Nitric Oxide Synthase (eNOS) และ Proliferating Cell Nuclear Antigen (PCNA) ส่งผลให้เกิดการขยายหลอดเลือดและสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ เพิ่มการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อที่ขาดเลือดเรื้อรัง
  • Modulation of Inflammation & Pain Relief: ลดการหลั่งสารสื่อประสาทรับความเจ็บปวด Substance P และกระตุ้นการลดลงของ Calcitonin Gene-Related Peptide (CGRP) พร้อมทั้งปรับสมดุลสภาวะการอักเสบจากไซโตไคน์ชนิดก่อการอักเสบ (Pro-inflammatory) ไปสู่การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ (Anti-inflammatory/Proliferative Phase)
  • Tissue Regeneration & Stem Cell Recruitment: ในมุมมองเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพเสื่อม คลื่นกระแทกกระตุ้นการแบ่งตัวของ Fibroblasts การสังเคราะห์คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 รวมถึงเหนี่ยวนำการเคลื่อนย้ายของ Biological Therapy  เข้าสู่บริเวณที่มีพยาธิสภาพ
shock wave 03

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

  1. การตรวจประเมินทางคลินิก (Clinical Evaluation):ตรวจวินิจฉัยระบุตำแหน่งรอยโรค ความลึก และโครงสร้างเนื้อเยื่อ โดยอาจใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Musculoskeletal Ultrasound) ร่วมระบุพิกัด
  2. การเลือกชนิดอุปกรณ์และการตั้งค่าพารามิเตอร์ (Parameter Setup):
    • FSWT:เลือกระดับความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Flux Density: EFD ตั้งแต่ 05-0.40 mJ/mm²) ความถี่ 4-8 Hz จำนวน 1,000-2,000 ช็อต สำหรับพยาธิสภาพระดับลึก
    • RSWT:ปรับแรงดันลม (5-4.0 Bar) ความถี่ 8-15 Hz จำนวน 2,000-4,000 ช็อต สำหรับกล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณกว้าง
  3. การทำหัตถการ (Application):ทาเจลนำคลื่นเสียง (Coupling Gel) และวางหัวส่งสัญญาณแนบสนิทกับผิวหนัง ปรับทิศทางคลื่นให้ครอบคลุมพยาธิสภาพ
  4. ความถี่และระยะเวลา (Treatment Protocol):ดำเนินการรักษา 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่อง 3-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเนื้อเยื่อ
shock wave 04

ประโยชน์ (Benefits)

  • ระยะสั้น: บรรเทาอาการปวดทันทีผ่านกลไก Hyperstimulation Analgesia และการยับยั้ง Gate Control Theory ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
  • ระยะยาว: ฟื้นฟูโครงสร้างเส้นเอ็นและพังผืด (Collagen Remodeling) สลายหินปูนสะสม (Calcific Deposits) เพิ่มการไหลเวียนโลหิตระดับจุลภาค และชะลอความเสื่อมของโครงสร้างทางกายวิภาค

ผู้ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

  • โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal Disorders):
    • เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis)
    • เอ็นร้อยหวายอักเสบเรื้อรัง (Achilles Tendinopathy)
    • เอ็นข้อศอกอักเสบ (Lateral/Medial Epicondylitis)
    • ภาวะหินปูนเกาะเส้นเอ็นข้อไหล่ (Calcific Tendinopathy of the Shoulder)
    • กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome)
    • ภาวะกระดูกไม่ติดหรือไม่เชื่อมสนิท (Non-union / Delayed Union of Fractures – เฉพาะ FSWT)
  • ภาวะอื่นๆ ที่มีหลักฐานทางชีววิทยาและเวชศาสตร์ชะลอวัยรองรับ:
    • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจากหลอดเลือด (Vasculogenic Erectile Dysfunction – นิยมใช้ Low-Intensity FSWT)
    • แผลเรื้อรังจากเบาหวานหรือการขาดเลือด (Chronic Diabetic Ulcers)
    • การฟื้นฟูเนื้อเยื่อเซลลูไลท์และรอยแผลเป็น (Aesthetic & Fibrosis Management – นิยมใช้ RSWT)
shock wave 05

ข้อห้าม (Contraindications)

  • หลีกเลี่ยงการรักษาบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกรานในหญิงตั้งครรภ์  (โดยเฉพาะบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน)
  • ตำแหน่งที่มีก้อนเนื้องอกร้ายหรือมะเร็ง (Malignancy)
  • ตำแหน่งที่มีการติดเชื้อเฉียบพลันหรือฝีหนอง
  • บริเวณที่มีการฉีกขาดของเส้นเลือดใหญ่หรือเสี่ยงต่อหลอดเลือดโป่งพอง (Aneurysm)
  • การยิงตรงผ่านเนื้อเยื่อปอดหรืออวัยวะที่มีโพรงอากาศ
  • บริเวณแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกในเด็ก (Epiphyseal Plate – สำหรับ FSWT พลังงานสูง)
shock wave 06

ข้อควรระวัง (Precautions)

  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ (Coagulopathy): ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องระมัดระวังการเกิดรอยฟกช้ำหรือเลือดคั่งใต้ผิวหนัง
  • การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Recent Corticosteroid Injections): ควรรออย่างน้อย 6-12 สัปดาห์หลังการฉีดสเตียรอยด์ในตำแหน่งนั้นก่อนทำ ESWT เพื่อลดความเสี่ยงต่อเอ็นเปื่อยหรือฉีกขาด
  • การติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemakers): หลีกเลี่ยงการใช้คลื่นกระแทกบริเวณใกล้เคียงตัวเครื่อง
  • ผลข้างเคียงชั่วคราว: อาจพบอาการแดง อาการบวม หรืออาการปวดตึงระบมชั่วคราว 24-48 ชั่วโมงหลังการรักษา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการอักเสบปกติเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซม
shock wave 07

บทสรุป (Conclusion)

การบำบัดด้วยคลื่นกระแทก (ESWT) ทั้งแบบ Radial และ Focused เป็นเครื่องมือการรักษาแบบไม่รุกล้ำที่มีหลักการทางชีวฟิสิกส์ชัดเจน โดยอาศัยกลไก Mechanotransduction ในการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ ปรับสมดุลการอักเสบ และฟื้นฟูเนื้อเยื่อระดับเซลล์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Functional และ Regenerative Medicine ในอนาคต การปรับใช้พารามิเตอร์คลื่นกระแทกพลังงานต่ำร่วมกับแนวทางการบำบัดทางชีวภาพอื่นๆ มีแนวโน้มขยายขอบเขตการรักษาไปสู่เวชศาสตร์ชะลอวัยและระบบหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ

  1. Wang, C. J. (2012). Extracorporeal shockwave therapy in musculoskeletal disorders. Journal of Orthopaedic Surgery and Research, 7(1), 11.
  2. Moya, D., Ramón, S., Schaden, W., Wang, C. J., Guiloff, L., & Cheng, J. H. (2018). The role of extracorporeal shockwave treatment in musculoskeletal disorders. The Bone & Joint Journal, 100-B(3), 251-263.
  3. d’Agostino, M. C., Craig, K., Tibalt, E., & Respizzi, S. (2015). Shock wave therapy in musculoskeletal disorders: an update. Biological Mechanisms of Action and Evidence-based Applications. Minerva Medica, 106(3), 143-156.
  4. Gruenwald, I., Appel, B., Kitrey, N. D., & Vardi, Y. (2013). Shockwave therapy of erectile dysfunction. Therapeutic Advances in Urology, 5(2), 95-99.
  5. Simplicio, C. L., Purita, J., Murrell, W., Santos, G. S., Dos Santos, R. G., & Lana, J. F. (2020). Extracorporeal shock wave therapy and platelet-rich plasma in musculoskeletal conditions. Regenerative Medicine, 15(7), 1883-1896.

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 29 กันยายน 2569