Medical Service
Home / Medical Service / Innovation Check Up / Regulatory T Cells (Treg) กับบทบาทต่อโรคมะเร็งและโรคภูมิคุ้มกัน
Regulatory T Cells (Treg) กับบทบาทต่อโรคมะเร็งและโรคภูมิคุ้มกัน
Regulatory T Cells (Treg) กับบทบาทต่อโรคมะเร็งและโรคภูมิคุ้มกัน
Treg Cells คืออะไร? และมีที่มาอย่างไร
Treg Cells หรือ Regulatory T Cells คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในกลุ่ม T lymphocytes ที่ทำหน้าที่สำคัญในการ “ควบคุมสมดุล” ของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย หน้าที่หลักของ Treg คือการยับยั้งไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป เพราะหากภูมิคุ้มกันตอบสนองรุนแรงเกิน อาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือเกิดภาวะที่ภูมิคุ้มกันหันมาทำลายเซลล์ของตัวเอง จนนำไปสู่โรค Autoimmune ต่าง ๆ
การตรวจ Treg Cells สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง และกลุ่ม Wellness หรือผู้ที่ต้องการประเมินสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง Treg cells ถือเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะ “Immune Exhaustion” หรือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนล้า ซึ่งสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งของร่างกาย
เมื่อระดับ Treg สูงขึ้น อาจสะท้อนว่าระบบภูมิคุ้มกันถูกกด ทำให้เซลล์มะเร็งสามารถหลบเลี่ยงการถูกทำลายได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการรักษา เช่น เคมีบำบัด รังสีรักษา หรือ Immunotherapy ลดลง ในทางกลับกัน หากร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และระดับ Treg อยู่ในสมดุล ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งที่หลงเหลือหลังการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
ดังนั้น การติดตามระดับ Treg cells จึงมีบทบาทสำคัญในการประเมินประสิทธิภาพของการรักษามะเร็ง รวมถึงใช้ติดตามผลหลังการรักษาด้วย NK Cell Therapy หรือการรักษาด้านภูมิคุ้มกันอื่น ๆ
ในกลุ่ม Wellness และโรคภูมิคุ้มกัน ระดับ Treg ที่ต่ำเกินไป อาจสัมพันธ์กับภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Disease) เนื่องจากร่างกายไม่สามารถควบคุมการอักเสบหรือการทำงานของภูมิคุ้มกันได้อย่างเหมาะสม ในโรคต่าง ๆ เช่น
• SLE
• เบาหวานชนิดที่ 1
• โรคสะเก็ดเงิน
• โรคภูมิแพ้
• โรคข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน
การตรวจ Treg สามารถใช้เป็นตัวติดตามการรักษา เพื่อประเมินว่าโรคอยู่ในภาวะสงบหรือไม่ รวมถึงช่วยประเมินความสมดุลของภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย
Treg กับการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม Treg cells ยังมีบทบาทสำคัญในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากช่วยควบคุมไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของมารดาต่อต้านทารกในครรภ์ หากระดับ Treg ต่ำ อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงสามารถใช้เป็นหนึ่งในตัวช่วยติดตามความสมดุลของภูมิคุ้มกันในหญิงตั้งครรภ์ได้
Treg กับการติดเชื้อไวรัสเรื้อรัง
ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเรื้อรัง เช่น
• HBV
• HCV
• HIV
หากระดับ Treg สูงเกินไป อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อไวรัสได้ยาก ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังหรือควบคุมโรคได้ไม่ดี
Treg กับการตอบสนองต่อวัคซีน
ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การมีระดับ Treg สูง อาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ลดลง เพราะภูมิคุ้มกันไม่สามารถสร้าง Immune Response ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น การประเมินระดับ Treg อาจช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพ หรือเสริมสมดุลภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีนได้ในบางกรณี
Treg กับผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ
ในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ การติดตามระดับ Treg มีความสำคัญ เพราะช่วยประเมินความเสี่ยงของภาวะปฏิเสธอวัยวะ (Organ Rejection) ได้ โดยระดับ Treg ที่ลดลงอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ระบบภูมิคุ้มกันจะทำลายอวัยวะที่ปลูกถ่าย
อาจสรุปได้ว่า Treg Cells เป็นหนึ่งในตัวควบคุมสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในโรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อเรื้อรัง การตั้งครรภ์ รวมถึงการตอบสนองต่อวัคซีนและการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยระดับ Treg ที่มากหรือน้อยเกินไป อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้น การตรวจและติดตามระดับ Treg Cells จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการแพทย์ เพื่อใช้ประเมินสมดุลภูมิคุ้มกัน ติดตามผลการรักษา และวางแผนการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น