Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / ONDAMED

ONDAMED

ONDAMED

ONDAMED AH Banner 01

ONDAMED คืออะไร

ONDAMED  เป็นเครื่องมือฟื้นฟูสุขภาพที่อาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำ Ultra Low Power   ในการตรวจแสกนร่างกายเพื่อหาการรับรู้และตอบสนองจากเซลล์ของร่างกาย ที่ทำงานผิดปกติ โดยอาศัยหลักการทางไฟฟ้าของเซลล์ ถ้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะหรือกลุ่มของเซลล์ไหนที่มีความผิดปกติ  อักเสบบาดเจ็บ เสียสมดุล  เสื่อมสภาพ – เครื่องก็จะส่งคลื่นพลังงานออกไปกระตุ้นให้เซลล์นั้นซ่อมแซม และฟื้นฟูในส่วนที่เกิดปัญหา  

ก่อนที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของ ONDAMED เราจะทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าด้วย การรักษาด้วยพลังงานสนามแม่เหล็กที่เรียกว่า Pulsed Electromagnetic Field Therapy (PEMF) เสียก่อน ซึ่ง PEMF นี้  มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าทดลองในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทางด้าน ฟิสิกส์ของเซลล์ มาอย่างยาวนาน หากค้นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทางการแพทย์อย่าง pubmed ก็จะพบว่างานวิจัยเกี่ยวกับ PEMF มีมากกว่า 40,000 ชิ้น ครอบคลุมด้านประโยชน์ของ PEMF ในหลายมิติ

ONDAMED AH 1

PEMF คืออะไร

Pulsed Electromagnetic Field Therapy  หรือ  PEMF คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการบำบัดรักษาโรค แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

PEMF ประเภทที่ 1 ก็คือ   คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบพลังงานสูง    ยกตัวอย่างเช่น เครื่อง   PEMF   ที่ใช้ในวงการกายภาพบำบัด ที่เรียกว่า    Peripheral Magnetic Stimulation   หรือ  PMS   และอีกเครื่องหนึ่งอย่างเช่นเครื่อง  Transcranial Magnetic Stimulation  หรือ  TMS   ซึ่งใช้ในการรักษาโรคทางสมองและภาวะซึมเศร้า เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมี  PEMF ชนิดคอยล์ ซึ่งเป็นขดลวดขนาดใหญ่ ที่ส่งคลื่นพลังงานไปใช้ในการแก้ปัญหาความเจ็บปวด

PEMF ประเภทที่ 2  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบคลื่นพลังงานต่ำ หรือ   Ultra  Low  Power  โดยมีระดับพลังงานคลื่นที่ต่ำมากในระดับเซลล์ที่ทำงานร่วมกัน  ซึ่งหากเป็นคลื่นที่ต่ำมาก ก็จะมีความจำเพาะและแม่นยำต่ออวัยวะ และต่อระบบของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย

โดย ONDAMED  จัดอยู่ในประเภท Ultra Low Power  ซึ่งเป็นพลังงานที่ต่ำมาก  โดยพลังงานของความถี่นี้ก็จะเป็นความถี่ของเซลล์แต่ละเซลล์ที่แตกต่างกัน   ซึ่งเมื่อสแกนเรียบร้อยแล้วก็ต้องมีการส่งคลื่นเพื่อเข้าไปแก้ไข หากเซลล์ต่อเซลล์ทำงานได้ไม่ดีก็ต้องเข้าไปแก้ไข  ซึ่งโปรแกรมที่จะเข้าไปทำหน้าที่แก้ไขจึงมีหลายโปรแกรมด้วยกัน

ONDAMED AH 2

ความเป็นมาของ ONDAMED – PEMF เฉพาะบุคคล

Pulsed Electromagnetic Field (PEMF) ชนิด Ultra-Low Power คือการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำพิเศษ (Extremely Low Frequency: ELF) ที่มีความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กต่ำมากในระดับไมโครเทสลา ถึงพิโคเทสลา ซึ่งเลียนแบบสนามแม่เหล็กธรรมชาติของโลก (Schumann Resonance ประมาณ 7.83 Hz เพื่อกระตุ้นการตอบสนองทางชีวฟิสิกส์ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อน (Non-thermal effect)

เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากการแพทย์อวกาศและชีวฟิสิกส์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญสู่แนวทาง Personalized PEMF ในปี 1993 เมื่อ Rolf Binder (วิศวกรชีวการแพทย์ชาวเยอรมัน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ONDAMED) ได้ผสานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำเข้ากับหลักการ Biofeedback ผ่านการตรวจจับสัญญาณการตอบสนองของหลอดเลือดและระบบประสาทอัตโนมัติที่เรียกว่า Vascular Autonomic Signal (VAS) ซึ่งค้นพบครั้งแรกในปี 1966 โดย นพ. Paul Nogier แพทย์ประสาทวิทยาชาวฝรั่งเศส

ONDAMED AH 3

แนวคิดของ Personalized PEMF มุ่งเน้นการค้นหา “ความถี่จำเพาะ” (Frequency-specific resonance) และ “ตำแหน่งกายวิภาคที่เกิดความผิดปกติทางสรีรวิทยา” (Pathological target localization) ของผู้ป่วยแต่ละบุคคล แทนการใช้ค่าคงที่แบบ One-size-fits-all กล่าวได้ว่า ONDAMED นำเอาความก้าวหน้าและการค้นคว้าสำคัญทางด้านเวชศาสตร์ฟิสิกส์ระดับเซลล์มาใช้ต่อยอดเพื่อ ส่งสัญญาณการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายผ่านคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำยิ่งยวด

กล่าวโดยสรุป Ondamed คือเครื่องมือทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวฟิสิกส์ ชนิด Biofeedback-Guided Focused Pulsed Electromagnetic Field (PEMF) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นต่ำมากระดับไมโครเทสลา () ร่วมกับคลื่นเสียงจำเพาะความถี่ (Sound frequencies) ครอบคลุมช่วง  โดยมีจุดเด่นในการทำงานร่วมกับการประเมิน Vascular Autonomic Signal (VAS) ของผู้ป่วยแบบ Real-time เพื่อระบุความถี่จำเพาะและตำแหน่งทางกายวิภาคที่มีความผิดปกติทางสรีรวิทยา ก่อนส่งผ่านพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตจุลภาค (Microcirculation) ลดการอักเสบ และฟื้นฟูศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์เฉพาะบุคคล (Personalized Biophysical Therapy)

ONDAMED AH 3

กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)

ONDAMED ผสานระบบ Biofeedback ทำงานผ่านกลไกทางสรีรวิทยาและชีวโมเลกุลที่สำคัญ ดังนี้:

  • กลไก Vascular Autonomic Signal (VAS): เมื่อร่างกายได้รับสิ่งเร้าทางแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเสียงที่มีความถี่ตรงกับสภาวะรบกวนของเนื้อเยื่อ (Cellular/tissue resonance) ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System: ANS) จะส่งสัญญาณตอบสนองทันทีผ่านการปรับความตึงตัวของกล้ามเนื้อเรียบผนังหลอดเลือดแดง (Arterial wall muscular tone) ส่งผลให้คลื่นชีพจรที่หลอดเลือดแดงเรเดียล (Radial artery) มีการเปลี่ยนแปลงแอมพลิจูด (Pulse amplitude & waveform) ชั่วคราวประมาณ 1–3 รอบการเต้นของหัวใจ โดยที่อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate) และจังหวะการเต้น (Rhythm) ไม่เปลี่ยนแปลง สัญญาณนี้ทำหน้าที่เป็นตัวสะท้อนกลับทางชีวภาพ (Biological readout) แบบ Real-time เพื่อระบุจุดที่มีการอักเสบหรือความเครียดระดับเซลล์
  • การกระตุ้น eNOS และการไหลเวียนของโลหิตจุลภาค (Microcirculation): คลื่นสนามแม่เหล็กระดับไมโครเทสล่า กระตุ้นการรวมตัวของ Calcium-Calmodulin ไปกระตุ้นเอนไซม์ Endothelial Nitric Oxide Synthase (eNOS) ผลิต Nitric Oxide (NO) ในอัตราที่เหมาะสม ช่วยขยายหลอดเลือดฝอย เพิ่มการนำพาออกซิเจนและสารอาหารเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมาย
  • การควบคุมการอักเสบผ่าน Adenosine Receptors ยับยั้งการส่งสัญญาณ Nuclear Factor-kappa B ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ลดการหลั่งไซโตไคน์ก่อการอักเสบ IL-1 beta, INF-alpha, IL-6และเพิ่มระดับต้านการอักเสบ IL-10  ช่วยลดภาวะ Chronic Low-Grade Inflammation
  • การปรับศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์ (Transmembrane Potential: TMP) และพลังงานชีวภาพ: การฟื้นฟูความต่างศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ที่เสื่อมสภาพ (จาก -30 mV กลับสู่ -70-90 mV ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการส่งผ่านอิเล็กตรอนในไมโทคอนเดรีย (Mitochondrial Electron Transport Chain) ส่งเสริมการสร้าง Adenosine Triphosphate (ATP) และกระบวนการซ่อมแซมตนเองระดับโมเลกุล
ONDAMED AH 8

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

  1. การซักประวัติและตรวจวัดพื้นฐาน (Baseline Assessment): คัดกรองข้อห้ามใช้ วัดค่าสัญญาณชีพ ความอิ่มตัวของออกซิเจน SpO2 และประเมินสภาวะสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ
  2. การสแกนหาความถี่จำเพาะผ่าน VAS Biofeedback (Frequency Scanning Phase):
    • ผู้รับการบำบัดสวมใส่อุปกรณ์ส่งสัญญาณรอบคอ (Neck applicator) ซึ่งจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำแบบไล่ระดับความถี่ (Frequency sweep ตั้งแต่ 0.1 – 32,000 Hz
    • ผู้เชี่ยวชาญจะทำการจับชีพจรบริเวณหลอดเลือดแดงเรเดียล (Radial pulse palpation) อย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของความแรงของแอมพลิจูดชีพจร (VAS response) เพื่อบันทึกความถี่ที่กระตุ้นการตอบสนองเชิงสรีรวิทยา
  1. การระบุตำแหน่งกายวิภาคที่มีความผิดปกติ (Target Tissue Localization):
    • ใช้ตัวส่งสัญญาณมือถือ (Handheld Applicator/Wand) เคลื่อนที่ไปตามแนวร่างกายร่วมกับการตรวจจับ VAS เพื่อค้นหาบริเวณที่เกิดการตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติสูงสุด ซึ่งบ่งชี้ถึงจุดที่มีภาวะการอักเสบแฝง เนื้อเยื่อขาดเลือด หรือการติดขัดของการไหลเวียนพลังงานชีวภาพ
  1. การบำบัดรักษาจำเพาะบุคคล (Personalized Targeted Therapy):
    • วางตัวส่งสัญญาณเฉพาะจุด (Local Pad/Handheld Applicator) ลงบนตำแหน่งที่ตรวจพบความผิดปกติ พร้อมตั้งค่าความถี่ที่คัดเลือกได้จากการตรวจ VAS
    • ส่งคลื่นสนามแม่เหล็กความเข้มข้นต่ำระดับไมโครเทสล่า เป็นระยะเวลา 20-45 นาที ต่อครั้ง
    • ความถี่ในการรักษา: สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง รวม 6-12 ครั้ง ขึ้นกับสภาวะพยาธิสภาพ  โดยสามารถสแกนและรักษาซ้ำได้ ทุก 1-2 เดือน ขึ้นไป
ONDAMED AH 5

กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพด้วย  ONDAMED

โดยปกติแล้วการที่เซลล์ของร่างกายจะเชื่อมโยงกับเซลล์อื่นที่ผิดปกตินั้นมีหลายวิธีการและหลายขั้นตอน ทั้งการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากระบบประสาท  การใช้แสงซึ่งเป็นแนวใหม่  และท้ายที่สุดก็พบว่าเซลล์ในร่างกายของเรานั้นมีเซ็นเซอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างอ่อนได้เช่นกัน  โดยที่การเชื่อมโยงนั้นก็เป็นการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ต่อเซลล์  เป็นตัวกลางประสานงานเข้าด้วยกัน

เมื่อพบว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือ สิ่งที่เซลล์ใช้ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน  จึงได้มีการศึกษาถึงการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระดับเดียวกับที่เซลล์ใช้สื่อสารกัน   ส่งกลับเข้าไปที่เซลล์เพื่อให้เซลล์ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของชีพจร  ด้วยการใช้เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าในแต่ละเซลล์ที่คลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน  จนได้พัฒนาเป็นเครื่อง ONDAMED ที่อาศัยการปรับจูนความถี่ของร่างกายไปเรื่อย ๆ  แล้วดูว่าตรงไหนที่ตรงกับคลื่นความถี่ที่ผิดปกติในร่างกาย    โดยอาศัยวิธีการของการเปลี่ยนแปลงเวลาที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประสานงานกัน   ทำให้สามารถอ่านค่าความเสียสมดุล    ค่าการบาดเจ็บ และค่าความผิดปกติต่าง ๆ ของระบบในร่างกายได้   โดยเมื่ออ่านความผิดปกติพบแล้วก็จะตามมาด้วย โปรแกรมการรักษาซึ่งก็ยังคงอาศัยหลักการของ Pulsed Electromagnetic Field Therapy เช่นเดียวกัน  โดยพลังงานของความถี่นี้จะเป็นความถี่ของเซลล์แต่ละเซลล์ที่แตกต่างกัน    ซึ่งภายหลังจากที่ตรวจสแกนความถี่ของร่างกายไปแล้ว  ก็จะส่งคลื่นความถี่รักษาสมดุลไปเพื่อแก้ไขจุดที่เสียสมดุล หรือจุดที่มีความผิดปกติต่าง ๆ  ซึ่งโปรแกรมที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในการแก้ไขนั้นมีมากมายหลายโปรแกรม  ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ  เช่น

  • กลุ่มโรคความผิดปกติทางระบบ ภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิแพ้ ผื่นคัน ภูมิไวเกิน ภาวะติดเชื้อเรื้อรัง
  • กลุ่มอาการเสียสมดุลร่างกาย เช่น ผมร่วง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ฯลฯ
  • กลุ่มอาการ ลมพิษเรื้อรัง
  • กลุ่มอาการปวดและโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal & Pain Syndromes): โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis), ข้ออักเสบรูมาตอยด์, Fibromyalgia, อาการปวดคอและหลังเรื้อรัง, และภาวะเนื้อเยื่อกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ความบกพร่องในการสมานของกระดูกและเนื้อเยื่อ (Impaired Bone & Soft Tissue Healing): ภาวะกระดูกหักไม่ติด (Non-union Fractures), ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis), และแผลเรื้อรังที่หายช้า
  • ความผิดปกติของระบบประสาทและสภาวะเครียดเรื้อรัง: โรคนอนไม่หลับ (Insomnia), ไมเกรน, ภาวะความเครียดสะสม (Burnout / Stress-related disorders), และภาวะ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD)
  • ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังและความเสื่อมระดับเซลล์: Chronic Fatigue Syndrome (CFS) และภาวะสมองล้า (Brain Fog) ที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตจุลภาคและไมโทคอนเดรีย
ONDAMED AH 6

ประโยชน์ (Benefits)

  • ผลระยะสั้น:
    • เพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยเฉพาะที่และการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในระดับเนื้อเยื่อทันที
    • ลดอาการปวดเฉียบพลันและคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อผ่านการยับยั้งสัญญาณประสาทความเจ็บปวด
    • ปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ ลดภาวะความเครียดฉับพลัน เข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย (Parasympathetic activation)
  • ผลระยะยาว:
    • ส่งเสริมการซ่อมแซมและฟื้นฟูกระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
    • ลดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำและการสะสมของสารอนุมูลอิสระ
    • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียและการผลิตพลังงานระดับเซลล์
    • ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับลึกและฟื้นฟูวงจรความเครียดของระบบต่อมไร้ท่อ (HPA Axis)
    • ส่งเสริมการซ่อมแซมและฟื้นฟูอวัยวะร่างกาย เช่น ตับ ไต หัวใจ สมอง หลอดเลือด ภูมิคุ้มกัน ผิวหนัง ฯลฯ โดยอาศัยความแตกต่างของสนามคลื่นที่อวัยวะต่างๆ ทำงานนั้นแตกต่างกัน

ผู้ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

จากหลักฐานเบื้องต้น กลไกทางพยาธิสรีรวิทยา และการประเมินทางคลินิก ภาวะและโรคดังต่อไปนี้อาจได้รับประโยชน์:

  • กลุ่มอาการปวดและโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal & Pain Syndromes): โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis), ข้ออักเสบรูมาตอยด์  Fibromyalgia, อาการปวดคอและหลังเรื้อรัง, และภาวะเนื้อเยื่อกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome)
  • ความบกพร่องในการสมานของกระดูกและเนื้อเยื่อ (Impaired Bone & Soft Tissue Healing): ภาวะกระดูกหักไม่ติด (Non-union Fractures), ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis), และแผลเรื้อรังที่หายช้า
  • ความผิดปกติของระบบประสาทและสภาวะเครียดเรื้อรัง: โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)  ไมเกรน  ภาวะความเครียดสะสม (Burnout / Stress-related disorders), และภาวะ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD)
  • ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังและความเสื่อมระดับเซลล์: Chronic Fatigue Syndrome (CFS) และภาวะสมองล้า (Brain Fog) ที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตจุลภาคและไมโทคอนเดรีย

ข้อห้าม (Contraindications)

  • ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย (Active Implantable Medical Devices): เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemakers), เครื่องกระตุกหัวใจ (ICD), หรือประสาทหูเทียม (Cochlear Implants) เพื่อป้องกันการรบกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าต่อการทำงานของอุปกรณ์
  • สตรีมีครรภ์ (Pregnancy): เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในระยะยาวเพียงพอต่อการพัฒนาของตัวอ่อนในครรภ์
  • ภาวะมีเลือดออกรุนแรงหรือมีแผลเปิดเฉียบพลันที่ยังห้ามเลือดไม่ได้ (Active Hemorrhage): ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือด
ONDAMED AH 7

ข้อควรระวัง (Precautions)

  • ทักษะและความแม่นยำของผู้ตรวจ (Operator Dependency): การตรวจจับ Vascular Autonomic Signal (VAS) อาศัยความชำนาญทางคลินิกและการสัมผัสชีพจรที่แม่นยำ หากผู้ตรวจขาดความชำนาญอาจส่งผลต่อความแม่นยำในการเลือกความถี่และตำแหน่งบำบัด
  • ปฏิกิริยาการปรับตัวระยะแรก (Herxheimer-like Reaction / Healing Crisis): ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมึนศีรษะ ปวดเมื่อยเพิ่มขึ้น หรืออ่อนเพลียชั่วคราวจากการตอบสนองของระบบไหลเวียนโลหิตและการขับของเสียของเนื้อเยื่อ ควรปรับลดความเข้มและเวลาในการทำลง
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำรุนแรง (Severe Hypotension): ควรเฝ้าระวังการลดลงของความดันโลหิตจากการคลายตัวของหลอดเลือดส่วนปลาย

บทสรุป (Conclusion)

Ultra-Low Power PEMF ที่ผสานระบบ Biofeedback และ Vascular Autonomic Signal (VAS) ถือเป็นวิวัฒนาการสำคัญของเวชศาสตร์ชีวฟิสิกส์เชิงบูรณาการ ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการรักษาแบบทั่วไป (Empirical treatment) มาเป็นการบำบัดแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล (Personalized biophysical therapy)

แม้ว่าหลักฐานเชิงประจักษ์แบบ RCTs ขนาดใหญ่ในฐานข้อมูลระดับสากลเกี่ยวกับการใช้ VAS-guided PEMF โดยตรงยังมีอยู่อย่างจำกัด และจำเป็นต้องมีการวิจัยทางคลินิกระดับสุ่มควบคุมเพื่อสร้างหลักฐานรองรับในระดับมาตรฐาน EBM เพิ่มเติม แต่คำอธิบายเชิงกลไกทางสรีรวิทยา ทั้งด้านการสื่อสารของระบบประสาทอัตโนมัติ, การหลั่ง Nitric Oxide, การปรับสมดุลศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์ และการควบคุมไซโตไคน์ มีพื้นฐานทางชีวฟิสิกส์การแพทย์ที่รองรับอย่างมีเหตุผลและมีศักยภาพสูงในการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม

  1. Adey, W. R. (1993). Biological effects of electromagnetic fields. Journal of Cellular Biochemistry, 51(4), 410–416.
  2. Bassett, C. A., Mitchell, S. N., & Schink, M. M. (1982). Treatment of therapeutically resistant non-unions with bone grafts and pulsing electromagnetic fields. Journal of Bone and Joint Surgery (Am), 64(8), 1214–1220.
  3. Binder, S. (2010). Vascular Autonomic Signal (VAS) and Personalized Biophysical Intervention. Ondamed Medical Monograph Series, New York.
  4. Cadossi, R., et al. (2020). Biophysical Stimulation with Pulsed Electromagnetic Fields in Orthopaedics: From Mechanisms to Clinical Application. Journal of Orthopaedic Surgery and Research, 15(1), 389.
  5. Kessler, D. (2008). The Biophysics of Health: Energy Medicine and ONDAMED Applications in Clinical Practice.Biofeedback in Functional Neurology, AAABEM Press.
  6. Nogier, P. M. F. (1972). Treatise of Auriculotherapy. Maisonneuve, Moulin-les-Metz, France.
  7. Pilla, A. A. (2012). Electromagnetic fields instantly modulate nitric oxide in tissue. In: Bioelectromagnetic and Subtle Energy Medicine, CRC Press, pp. 29–44.
  8. Varani, K., Vincenzi, F., Ravani, A., et al. (2008). Adenosine receptors as a biological pathway for the anti-inflammatory and tissue-regenerative effects of extremely low-frequency pulsed electromagnetic fields.Pharmacological Research, 58(5-6), 332–338.

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 29 กันยายน 2569