Home / Medical Service / Medical Treatment / ONDAMED
ONDAMED คืออะไร
ONDAMED เป็นเครื่องมือฟื้นฟูสุขภาพที่อาศัยหลักการของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำ Ultra Low Power ในการตรวจแสกนร่างกายเพื่อหาการรับรู้และตอบสนองจากเซลล์ของร่างกาย ที่ทำงานผิดปกติ โดยอาศัยหลักการทางไฟฟ้าของเซลล์ ถ้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะหรือกลุ่มของเซลล์ไหนที่มีความผิดปกติ อักเสบบาดเจ็บ เสียสมดุล เสื่อมสภาพ – เครื่องก็จะส่งคลื่นพลังงานออกไปกระตุ้นให้เซลล์นั้นซ่อมแซม และฟื้นฟูในส่วนที่เกิดปัญหา
ก่อนที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของ ONDAMED เราจะทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าด้วย การรักษาด้วยพลังงานสนามแม่เหล็กที่เรียกว่า Pulsed Electromagnetic Field Therapy (PEMF) เสียก่อน ซึ่ง PEMF นี้ มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าทดลองในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทางด้าน ฟิสิกส์ของเซลล์ มาอย่างยาวนาน หากค้นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทางการแพทย์อย่าง pubmed ก็จะพบว่างานวิจัยเกี่ยวกับ PEMF มีมากกว่า 40,000 ชิ้น ครอบคลุมด้านประโยชน์ของ PEMF ในหลายมิติ
PEMF คืออะไร
Pulsed Electromagnetic Field Therapy หรือ PEMF คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการบำบัดรักษาโรค แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่
PEMF ประเภทที่ 1 ก็คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบพลังงานสูง ยกตัวอย่างเช่น เครื่อง PEMF ที่ใช้ในวงการกายภาพบำบัด ที่เรียกว่า Peripheral Magnetic Stimulation หรือ PMS และอีกเครื่องหนึ่งอย่างเช่นเครื่อง Transcranial Magnetic Stimulation หรือ TMS ซึ่งใช้ในการรักษาโรคทางสมองและภาวะซึมเศร้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี PEMF ชนิดคอยล์ ซึ่งเป็นขดลวดขนาดใหญ่ ที่ส่งคลื่นพลังงานไปใช้ในการแก้ปัญหาความเจ็บปวด
PEMF ประเภทที่ 2 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบคลื่นพลังงานต่ำ หรือ Ultra Low Power โดยมีระดับพลังงานคลื่นที่ต่ำมากในระดับเซลล์ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งหากเป็นคลื่นที่ต่ำมาก ก็จะมีความจำเพาะและแม่นยำต่ออวัยวะ และต่อระบบของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย
โดย ONDAMED จัดอยู่ในประเภท Ultra Low Power ซึ่งเป็นพลังงานที่ต่ำมาก โดยพลังงานของความถี่นี้ก็จะเป็นความถี่ของเซลล์แต่ละเซลล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อสแกนเรียบร้อยแล้วก็ต้องมีการส่งคลื่นเพื่อเข้าไปแก้ไข หากเซลล์ต่อเซลล์ทำงานได้ไม่ดีก็ต้องเข้าไปแก้ไข ซึ่งโปรแกรมที่จะเข้าไปทำหน้าที่แก้ไขจึงมีหลายโปรแกรมด้วยกัน
ความเป็นมาของ ONDAMED – PEMF เฉพาะบุคคล
Pulsed Electromagnetic Field (PEMF) ชนิด Ultra-Low Power คือการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำพิเศษ (Extremely Low Frequency: ELF) ที่มีความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กต่ำมากในระดับไมโครเทสลา ถึงพิโคเทสลา ซึ่งเลียนแบบสนามแม่เหล็กธรรมชาติของโลก (Schumann Resonance ประมาณ 7.83 Hz เพื่อกระตุ้นการตอบสนองทางชีวฟิสิกส์ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อน (Non-thermal effect)
เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากการแพทย์อวกาศและชีวฟิสิกส์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญสู่แนวทาง Personalized PEMF ในปี 1993 เมื่อ Rolf Binder (วิศวกรชีวการแพทย์ชาวเยอรมัน ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ONDAMED) ได้ผสานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำเข้ากับหลักการ Biofeedback ผ่านการตรวจจับสัญญาณการตอบสนองของหลอดเลือดและระบบประสาทอัตโนมัติที่เรียกว่า Vascular Autonomic Signal (VAS) ซึ่งค้นพบครั้งแรกในปี 1966 โดย นพ. Paul Nogier แพทย์ประสาทวิทยาชาวฝรั่งเศส
แนวคิดของ Personalized PEMF มุ่งเน้นการค้นหา “ความถี่จำเพาะ” (Frequency-specific resonance) และ “ตำแหน่งกายวิภาคที่เกิดความผิดปกติทางสรีรวิทยา” (Pathological target localization) ของผู้ป่วยแต่ละบุคคล แทนการใช้ค่าคงที่แบบ One-size-fits-all กล่าวได้ว่า ONDAMED นำเอาความก้าวหน้าและการค้นคว้าสำคัญทางด้านเวชศาสตร์ฟิสิกส์ระดับเซลล์มาใช้ต่อยอดเพื่อ ส่งสัญญาณการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายผ่านคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำยิ่งยวด
กล่าวโดยสรุป Ondamed คือเครื่องมือทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวฟิสิกส์ ชนิด Biofeedback-Guided Focused Pulsed Electromagnetic Field (PEMF) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นต่ำมากระดับไมโครเทสลา () ร่วมกับคลื่นเสียงจำเพาะความถี่ (Sound frequencies) ครอบคลุมช่วง โดยมีจุดเด่นในการทำงานร่วมกับการประเมิน Vascular Autonomic Signal (VAS) ของผู้ป่วยแบบ Real-time เพื่อระบุความถี่จำเพาะและตำแหน่งทางกายวิภาคที่มีความผิดปกติทางสรีรวิทยา ก่อนส่งผ่านพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตจุลภาค (Microcirculation) ลดการอักเสบ และฟื้นฟูศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์เฉพาะบุคคล (Personalized Biophysical Therapy)
กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)
ONDAMED ผสานระบบ Biofeedback ทำงานผ่านกลไกทางสรีรวิทยาและชีวโมเลกุลที่สำคัญ ดังนี้:
ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)
กระบวนการฟื้นฟูสุขภาพด้วย ONDAMED
โดยปกติแล้วการที่เซลล์ของร่างกายจะเชื่อมโยงกับเซลล์อื่นที่ผิดปกตินั้นมีหลายวิธีการและหลายขั้นตอน ทั้งการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากระบบประสาท การใช้แสงซึ่งเป็นแนวใหม่ และท้ายที่สุดก็พบว่าเซลล์ในร่างกายของเรานั้นมีเซ็นเซอร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างอ่อนได้เช่นกัน โดยที่การเชื่อมโยงนั้นก็เป็นการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์ต่อเซลล์ เป็นตัวกลางประสานงานเข้าด้วยกัน
เมื่อพบว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือ สิ่งที่เซลล์ใช้ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน จึงได้มีการศึกษาถึงการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระดับเดียวกับที่เซลล์ใช้สื่อสารกัน ส่งกลับเข้าไปที่เซลล์เพื่อให้เซลล์ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของชีพจร ด้วยการใช้เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าในแต่ละเซลล์ที่คลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน จนได้พัฒนาเป็นเครื่อง ONDAMED ที่อาศัยการปรับจูนความถี่ของร่างกายไปเรื่อย ๆ แล้วดูว่าตรงไหนที่ตรงกับคลื่นความถี่ที่ผิดปกติในร่างกาย โดยอาศัยวิธีการของการเปลี่ยนแปลงเวลาที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประสานงานกัน ทำให้สามารถอ่านค่าความเสียสมดุล ค่าการบาดเจ็บ และค่าความผิดปกติต่าง ๆ ของระบบในร่างกายได้ โดยเมื่ออ่านความผิดปกติพบแล้วก็จะตามมาด้วย โปรแกรมการรักษาซึ่งก็ยังคงอาศัยหลักการของ Pulsed Electromagnetic Field Therapy เช่นเดียวกัน โดยพลังงานของความถี่นี้จะเป็นความถี่ของเซลล์แต่ละเซลล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งภายหลังจากที่ตรวจสแกนความถี่ของร่างกายไปแล้ว ก็จะส่งคลื่นความถี่รักษาสมดุลไปเพื่อแก้ไขจุดที่เสียสมดุล หรือจุดที่มีความผิดปกติต่าง ๆ ซึ่งโปรแกรมที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในการแก้ไขนั้นมีมากมายหลายโปรแกรม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น
ประโยชน์ (Benefits)
ผู้ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)
จากหลักฐานเบื้องต้น กลไกทางพยาธิสรีรวิทยา และการประเมินทางคลินิก ภาวะและโรคดังต่อไปนี้อาจได้รับประโยชน์:
ข้อห้าม (Contraindications)
ข้อควรระวัง (Precautions)
บทสรุป (Conclusion)
Ultra-Low Power PEMF ที่ผสานระบบ Biofeedback และ Vascular Autonomic Signal (VAS) ถือเป็นวิวัฒนาการสำคัญของเวชศาสตร์ชีวฟิสิกส์เชิงบูรณาการ ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการรักษาแบบทั่วไป (Empirical treatment) มาเป็นการบำบัดแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล (Personalized biophysical therapy)
แม้ว่าหลักฐานเชิงประจักษ์แบบ RCTs ขนาดใหญ่ในฐานข้อมูลระดับสากลเกี่ยวกับการใช้ VAS-guided PEMF โดยตรงยังมีอยู่อย่างจำกัด และจำเป็นต้องมีการวิจัยทางคลินิกระดับสุ่มควบคุมเพื่อสร้างหลักฐานรองรับในระดับมาตรฐาน EBM เพิ่มเติม แต่คำอธิบายเชิงกลไกทางสรีรวิทยา ทั้งด้านการสื่อสารของระบบประสาทอัตโนมัติ, การหลั่ง Nitric Oxide, การปรับสมดุลศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มเซลล์ และการควบคุมไซโตไคน์ มีพื้นฐานทางชีวฟิสิกส์การแพทย์ที่รองรับอย่างมีเหตุผลและมีศักยภาพสูงในการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ
เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health
เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 29 กันยายน 2569