Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / PMS

PMS

PMS

PMS Banner

คำอธิบายและความเป็นมา (Description & Background)

การกระตุ้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนปลาย หรือ Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) คือ เทคโนโลยีการรักษาแบบไม่รุกล้ำ (Non-invasive neuromodulation) ที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของฟาราเดย์ (Faraday’s Principle of Electromagnetic Induction) โดยการส่งสนามแม่เหล็กความเข้มข้นสูงที่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา (Time-varying high-intensity magnetic field ระดับ 1.5–3.0 Tesla) ผ่านผิวหนังเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อชีวภาพส่วนลึก สนามแม่เหล็กนี้ไม่ถูกต้านทานโดยความต้านทานไฟฟ้าของผิวหนัง (High skin impedance) จึงเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Eddy currents) ขึ้นในโครงสร้างประสาทและกล้ามเนื้อส่วนลึกโดยไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณผิวหนังหรือรอยไหม้

พัฒนาการของ PMS ต่อยอดมาจากเทคโนโลยี Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 1985 โดย Anthony Barker เพื่อกระตุ้นเปลือกสมอง ก่อนจะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับระบบประสาทส่วนปลายและระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเพื่อบำบัดอาการปวด ฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาท และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

PMS 01

กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)

กลไกของ PMS ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่ระดับเซลล์ โครงสร้างส่วนปลาย (Peripheral structures) จนถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง (Central Neuroplasticity):

       [ PMS: Time-Varying Magnetic Field (1.5–3.0 T) ]

                             │

            ┌────────────────┴────────────────┐

            ▼                                 ▼

   [ Direct Depolarization ]         [ Mechanical/Rhythmical ]

   – A-beta fibers (Gate Control)    – Muscle contraction & relaxation

   – Motor axons                     – Microcirculation & Lymphatic flow

            │                                 │

            ├─────────────────────────────────┤

            ▼                                 ▼

[ Local & Peripheral Effects ]    [ Massive Afferent Inflow ]

– Downregulation of C-fibers/     – Ia / Ib proprioceptive fibers

  Substance P                     – Ascending somatosensory pathways

– Washout of inflammatory                 │

  mediators (PGE2, Bradykinin)            ▼

– Reduction of muscle spasm       [ Central Neuroplasticity ]

                                  – Sensorimotor cortex reorganization

                                  – Long-Term Potentiation (LTP)

                                  – Spinal reciprocal inhibition

PMS 02
  • กลไกระดับเซลล์และระบบไหลเวียนโลหิต (Cellular & Microcirculatory Mechanisms): สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำให้เกิด Depolarization ที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทและเซลล์กล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างเป็นจังหวะ (Rhythmical muscle pumping effect) เพิ่มการไหลเวียนเลือดระดับจุลภาค (Microcirculation) เร่งการกำจัดสารก่อการอักเสบและสารกระตุ้นความเจ็บปวด (เช่น Substance P, Bradykinin, Prostaglandin E2) ออกจากบริเวณกล้ามเนื้อที่มีพยาธิสภาพ พร้อมทั้งกระตุ้นการเผาผลาญระดับเซลล์และการส่งออกซิเจน
  • กลไกการระงับปวดระดับส่วนปลายและไขสันหลัง (Gate Control & Descending Inhibition): การกระตุ้น Large-diameter myelinated  sensory fibers ส่งสัญญาณยับยั้งการส่งผ่านความเจ็บปวดของ  และ fibers ที่ระดับ Dorsal horn ของไขสันหลังตามทฤษฎี Gate Control Theory นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะ Hyperalgesia และยับยั้ง Ectopic discharges จากปลายประสาทที่ถูกทำลาย
PMS 03
  • การลดการเกร็งตัวและการคลายปมกล้ามเนื้อ (Myofascial & Neuromuscular Effects): สนามแม่เหล็กลงลึกถึง Motor endplate ทำให้เกิด Refractory period ของ Motor unit นำไปสู่การลด Spasticity ในผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต และสลาย Trigger point ในกลุ่ม Myofascial pain syndrome
  • การปรับโครงสร้างระบบประสาทส่วนกลางผ่านสัญญาณส่วนปลาย (Bottom-Up Neuroplasticity): การกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างเป็นระบบจะสร้าง Massive proprioceptive afferent input ผ่านเส้นใยประสาทกลุ่ม Group Ia และ Ib ขึ้นสู่วงจรประสาทส่วนกลาง ส่งผลต่อ:
    • Spinal Plasticity: เพิ่ม Reciprocal inhibition และปรับระดับ Excitability ของ Interneurons ในไขสันหลัง
    • Cortical Plasticity: การเหนี่ยวนำสัญญาณ Afferent ปริมาณมหาศาลส่งผลกระตุ้น Primary Motor Cortex () และ Primary Somatosensory Cortex () ก่อให้เกิด Long-Term Potentiation (LTP-like plasticity) และปรับแผนที่การรับรู้ของสมอง (Cortical map reorganization) ซึ่งฟื้นฟูภาวะ Learned non-use ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (ผู้ป่วยไปใช้แขนขา ข้างที่แข็งแรงกว่า จนสมองเกิดการเรียนรู้และไม่ยอมใช้ข้างที่อ่อนแรงแบบอัตโนมัติ ส่งผลให้การฟื้นฟู เชื่องช้าขึ้นไปอีก – เอาชนะโดย central plasticity จากการกระตุ้น แขนขา ข้างที่อ่อนแรงแบบซ้ำๆ นานพอ)
PMS 04

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

  1. การประเมินผู้ป่วย (Clinical Assessment):ตรวจคัดกรองโครงสร้างกล้ามเนื้อและระบบประสาท กำหนดตำแหน่งพยาธิสภาพ (เช่น Trigger point, Nerve entrapment site, หรือ Motor point ของกล้ามเนื้อ)
  2. การตั้งค่าพารามิเตอร์ (Parameter Configuration):
    • ความถี่ (Frequency):ความถี่ต่ำ (1–5 Hz) สำหรับลดปวดและลด Spasticity; ความถี่ปานกลางถึงสูง (10–50 Hz) สำหรับเพิ่มความแข็งแรงและกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ (Tetanic contraction)
    • ความเข้มข้นสนามแม่เหล็ก (Intensity):ปรับตั้งค่าตามสัดส่วนร้อยละของตัวเครื่อง โดยอิงจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อ (Visible contraction) โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง
  3. การวางหัวกระตุ้น (Coil Placement):วาง Applicator เหนือบริเวณรอยโรคหรือแนวระนาบของเส้นประสาท โดยสามารถทำผ่านเสื้อผ้าได้โดยตรง ไม่ต้องสัมผัสเจลนำไฟฟ้า
  4. ระยะเวลาและความต่อเนื่อง (Treatment Regimen):การรักษาใช้เวลา 15–20 นาทีต่อจุด สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ต่อเนื่อง 6–10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพและการฟื้นตัว
PMS 05

ประโยชน์ (Benefits)

  • ลดอาการปวดเฉียบพลันและเรื้อรัง: ลดการพึ่งพายาระงับปวดในกลุ่ม NSAIDs และ Opioids
  • ฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนลึก: กระตุ้นกล้ามเนื้อชั้นลึกที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการกระตุ้นไฟฟ้าทั่วไป (เช่น Deep spinal stabilizers, Pelvic floor muscles)
  • กระตุ้นการฟื้นตัวของระบบประสาท: ส่งเสริมการงอกใหม่ของเส้นประสาทส่วนปลาย (Axonal regeneration) และปรับวงจรประสาทส่วนกลาง
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดบวม: เร่งกระบวนการระบายน้ำเหลืองและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ (Tissue remodeling)
  • ความสะดวกสบายในการรักษา: ไม่เจ็บปวด ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า และไม่มีการแทงเข็มเข้าสู่ร่างกาย
PMS 06

ผู้ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

กลุ่มพยาธิสภาพ

ตัวอย่างโรคและสภาวะ

Musculoskeletal Disorders (MSK)

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome), ปวดคอและหลังเรื้อรัง (Chronic neck & back pain), ข้อเข่าเสื่อม (Knee osteoarthritis), เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Tendinopathy)

Peripheral Nerve Disorders

โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome), ภาวะปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Post-herpetic neuralgia), เส้นประสาทใบหน้าอัมพาต (Bell’s palsy), โรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (Diabetic peripheral neuropathy – หลักฐานเชิงประจักษ์ยังมีจำกัด แต่มีกลไกสนับสนุนทางสรีรวิทยา)

Central Neurological & Neurorehabilitation

ภาวะกล้ามเนื้อเกร็งจากโรคหลอดเลือดสมอง (Post-stroke spasticity), ภาวะกลืนลำบาก (Neurogenic dysphagia), ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary incontinence จาก Pelvic floor weakness)

PMS 07

ข้อห้าม (Contraindications)

    • ข้อห้ามเด็ดขาด (Absolute Contraindications):
      • ผู้ป่วยที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Cardiac pacemaker), เครื่องกระตุกหัวใจ (ICD), ปั๊มยาแก้ปวดอัตโนมัติ (Intrathecal pump)
      • โลหะที่เป็นสารเฟอร์โรแมกเนติก (Ferromagnetic implants) บริเวณใกล้เคียงตำแหน่งที่กระตุ้น (เช่น คลิปหนีบหลอดเลือดโป่งพองในสมอง)
      • บริเวณที่มีภาวะเลือดออกเฉียบพลัน (Acute hemorrhage) หรือบริเวณที่มีเนื้องอกมะเร็ง (Malignancy)
    • ภาวะที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษก่อนการรักษา  (Relative Contraindications):
      • สตรีมีครรภ์ (โดยเฉพาะการกระตุ้นบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว หน้าท้อง และเชิงกราน)
      • ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้ (กรณีที่กระตุ้นบริเวณใกล้แนวกระดูกสันหลังส่วนบนหรือคอ)
ข้อควรระวัง (Precautions)
  • ความร้อนสะสมของอุปกรณ์: การกระตุ้นด้วยความเข้มข้นสูงอย่างต่อเนื่องอาจทำให้หัวปล่อยสัญญาณ (Coil) เกิดความร้อน จึงต้องมีระบบระบายความร้อนที่ได้มาตรฐาน
  • การเคลื่อนที่ของอุปกรณ์โลหะขนาดเล็ก: ตรวจสอบและนำสิ่งของที่มีส่วนผสมของโลหะ การ์ดแถบแม่เหล็ก และอุปกรณ์สื่อสารออกจากบริเวณใกล้เคียงก่อนรับการรักษา
  • อาการล้าของกล้ามเนื้อ (Muscle fatigue/soreness): อาจเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อชั่วคราวหลังการรักษา คล้ายอาการ Delayed Onset Muscle Soreness (DOMS) ซึ่งจะหายได้เองภายใน 24–48 ชั่วโมง
PMS 08

บทสรุป (Conclusion)

Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) จัดเป็นนวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงการรักษาพยาธิสภาพส่วนปลายเข้ากับการปรับเปลี่ยนวงจรประสาทส่วนกลาง (Bottom-Up Neuroplasticity) เทคโนโลยีนี้ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านความต้านทานผิวหนังของการกระตุ้นไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ทำให้เข้าถึงโครงสร้างส่วนลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้การศึกษาในโรคปลายประสาทบางกลุ่มยังมีขนาดตัวอย่างจำกัด แต่หลักการทางชีวฟิสิกส์และสรีรวิทยาบ่งชี้ถึงศักยภาพสูงในการฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาทในอนาคต

  1. Barker, A. T., Jalinous, R., & Freeston, I. L. (1985). Non-invasive magnetic stimulation of human motor cortex. The Lancet, 325(8437), 1106-1107.
  2. Beaulieu, L. D., & Schneider, C. (2015). Repetitive peripheral magnetic stimulation to reduce pain or alleviate sensorimotor impairments: A systematic review on parameters of application and outcomes. Neurophysiologie Clinique/Clinical Neurophysiology, 45(4-5), 299-308.
  3. Struppler, A., Angerer, B., & Gundisch, C. (2004). Modulatory effects of repetitive peripheral magnetic stimulation on skeletal muscle tone in healthy subjects and patients with spastic paresis. NeuroRehabilitation, 19(1), 59-72.
  4. Flamand, V. H., Beaulieu, L. D., & Schneider, C. (2014). Long-term effects of peripheral magnetic stimulation on sensorimotor recovery: A literature review. Neurological Research, 36(10), 918-925.
  5. Zhang, X., et al. (2023). Mechanisms of peripheral magnetic stimulation in the treatment of musculoskeletal and neuropathic pain: A narrative review. Journal of Pain Research, 16, 2155-2168.

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 29 กันยายน 2569