Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / Hyperbaric Oxygen Therapy

Hyperbaric Oxygen Therapy

Hyperbaric Oxygen Therapy

banner hbot 01 scaled

การบำบัดด้วยออกซิเจนบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy: HBOT) ในมิติเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์บูรณาการ

การบำบัดด้วยออกซิเจนบรรยากาศสูง (HBOT) คือการรักษาทางการแพทย์ที่ผู้รับบริการสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ภายในห้องปรับความดันที่สูงกว่าความดันบรรยากาศปกติ (มากกว่า 1 ATA)  ในอดีตการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคน้ำหนีบ (Decompression Sickness) ในนักประดาน้ำ และขยายผลสู่ข้อบ่งชี้ทางเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง เช่น การรักษาแผลหายยาก เช่น แผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ เป็นต้น

ปัจจุบันในกรอบของเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging Medicine) และเวชศาสตร์บูรณาการ (Integrative Medicine) มีการนำ HBOT มาประยุกต์ใช้เพื่อเป้าหมายการฟื้นฟูในระดับเซลล์ ลดการอักเสบเรื้อรัง และส่งเสริมสภาวะสมดุลของร่างกาย (Homeostasis)  ข้อมูลการศึกษาวิจัย พบประโยชน์ของ mild HBOT (แรงดันประมาณ 1.4 ATA) ในโรคต่างๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาตจากหลอดเลือดสมอง และการบาดเจ็บภายในสมอง โรคปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อและความเสื่อมกระดูกสันหลัง โรคปวดจากมะเร็ง ที่มีสาเหตุมาจากความเป็นกรดที่มะเร็งสร้างขึ้น จากขบวนการทางเมตาบอลึซึม (lactic acid local accumulation) เสริมภูมิต้านทานโรค ต้านมะเร็ง เพิ่มออกซิเจนส่งผ่านเข้าเซลล์ เป็นต้น

hyperbaric oxygen therapy 02

กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)

อาศัยหลักการทางฟิสิกส์ของกฎบอยล์ (Boyle’s Law) และกฎของเฮนรี (Henry’s Law) ความดันที่เพิ่มขึ้นจะบีบอัดโมเลกุลก๊าซและทำให้ออกซิเจนละลายในพลาสมาของเลือดได้มากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสรีรวิทยาดังนี้:

  1. Hyperoxic-Hypoxic Paradox: การเพิ่มขึ้นและลดลงของระดับออกซิเจนเป็นช่วง ๆ ในเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว (Fluctuation) ระหว่างและหลังการทำ HBOT ทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองบางส่วนคล้ายกับภาวะพร่องออกซิเจน แม้เนื้อเยื่อไม่ได้อยู่ในภาวะขาดออกซิเจนจริง (Hypoxia) โดยไม่มีการขาดออกซิเจนจริง กลไกนี้กระตุ้นการหลั่ง Hypoxia-Inducible Factor 1-alpha (HIF-1α) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) การเพิ่มจำนวนไมโทคอนเดรีย (Mitochondrial Biogenesis) และการเคลื่อนย้ายสเต็มเซลล์
  2. พลวัตของเทโลเมียร์ (Telomere Dynamics) และเซลล์ชราภาพ: การบำบัดอย่างเป็นระบบสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการยืดตัวของเทโลเมียร์ (Telomere Elongation) ในเม็ดเลือดขาว และเร่งการกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ (Senescent Cells Clearance)
  3. บทบาทของ Low-Pressure HBOT (mHBOT): การใช้ความดันต่ำที่ระดับ 3–1.5 ATA (เช่น 1.4 ATA) เริ่มเป็นที่แพร่หลาย แม้ความดันระดับนี้อาจไม่สามารถเพิ่ม O2 ในเนื้อเยื่อได้สูงพอสำหรับข้อบ่งชี้ฉุกเฉินเฉียบพลันตาม Evidence Based Medicine ดั้งเดิม (เช่น เนื้อเยื่อตายจากภาวะขาดเลือดรุนแรง) แต่ในทางชีววิทยา ความดัน 1.4 ATA มีความเพียงพอในการกระตุ้นกลไก Hyperoxic-Hypoxic Paradox เพื่อสร้าง HIF-1α และฟื้นฟูความเหนื่อยล้าในระดับไมโครเซลลูลาร์ ข้อดีคือ ลดความเสี่ยงจากภาวะบาดเจ็บเนื่องจากแรงดัน หรือ  Barotrauma และความเป็นพิษจากออกซิเจน ทำให้เหมาะสมและปลอดภัยกว่า สำหรับการใช้งานระยะยาวเชิงชะลอวัย

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

  1. การคัดกรองทางการแพทย์: ประเมินความเสี่ยงพื้นฐาน โดยเฉพาะพยาธิสภาพของหูชั้นกลาง ไซนัส และปอด
  2. การกำหนดโปรโตคอล (Protocol Selection):
    • สำหรับ Anti-aging และฟื้นฟูทั่วไป: ปรับความดันที่ 1.3 – 1.5 ATA (mHBOT)
    • เวลาในการบำบัด 60-90 นาที ต่อเซสชัน
  3. ระยะการปรับความดัน (Compression Phase): เพิ่มความดันในห้องช้า ๆ 10-15 นาที ผู้รับบริการต้องทำเทคนิคปรับแรงดันหู (Ear Equalization)
  4. ระยะรับการบำบัด (Treatment Phase): สูดดมออกซิเจนผ่านหน้ากาก หรือรับออกซิเจนในแคปซูลโดยตรง
  5. ระยะลดความดัน (Decompression Phase): ปรับลดความดันสู่ระดับปกติ 10-15 นาที
  6. ความถี่: 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่อง 40-60 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์การกระตุ้นระดับยีนตามงานวิจัย
hyperbaric oxygen therapy 01

ประโยชน์ (Benefits)

  • ระยะสั้น: เพิ่มระดับพลังงาน ลดความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ลดอาการบวมและกระบวนการอักเสบเฉียบพลัน (Inflammatory markers) และเร่งการฟื้นตัวจากการออกกำลังกายหรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
  • ระยะยาว: เสริมสร้างการทำงานของไมโทคอนเดรีย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ช่วยให้สมรรถภาพทางปัญญา (Cognitive Function) ดีขึ้น และอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของความยาวเทโลเมียร์และตัวบ่งชี้ความชราของเซลล์

 

ผู้ที่อาจได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

  • ผู้ที่มุ่งเน้นการชะลอวัยและการปกป้องเทโลเมียร์ (Telomere Preservation) โดยที่เทโลเมียร์เหมือนกับไส้เทียนชีวิต ที่จะหดสั้นลงไปเรื่อยๆ หมดเมื่อไรชีวิตก็ดับ mild HBOT ช่วยรักษาระดับความยาวของ เทโลเมียร์เอาไว้ ไม่ให้หดสั้นลงไปตามกาลเวลา
  • ผู้ที่มีภาวะสมองล้า (Brain Fog), ความจำเสื่อมถอยระยะเริ่มต้น (Mild Cognitive Impairment)
  • ผู้ที่ต้องฟื้นฟูร่างกายจากภาวะลองโควิด (Long COVID)
  • ผู้ป่วยกลุ่มอาการบาดเจ็บทางสมอง (Traumatic Brain Injury – TBI) ระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง
  • ผู้ที่มีกลุ่มอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome)
  • อาการอักเสบ เช่น เส้นเลือดอักเสบ ตับอักเสบเรื้อรัง ไตอักเสบ ข้ออักเสบ เป็นต้น
  • เสริมการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง ที่ไม่ได้ใช้ยาเคมีบำบัดตามรายการในข้อห้าม
  • เสริมการรักษาผู้ป่วย Autism และ Autism Spectrum Disorder
  • เสริมการรักษาด้วยภูมิต้านทานบำบัด เช่น NK Cell Therapy ช่วยให้ภูมิต้านทานบำบัดออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
  • การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • อัมพาตใบหน้า จากการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 หรือ Bell’s Palsy
Banner Content Hyperbaric 1 1

ข้อห้าม (Contraindications)

  • ภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศที่ยังไม่ได้รับการรักษา (Untreated Pneumothorax)
  • การใช้ยารักษาโรคมะเร็งหรือยาบางชนิดร่วมด้วย ได้แก่ Bleomycin, Doxorubicin, Cisplatin (เสี่ยงต่อความเป็นพิษต่อปอดและระดับเซลล์), Disulfiram และ Mafenide acetate

 

ข้อควรระวัง (Precautions)

  • Middle Ear Barotrauma: การบาดเจ็บของหูชั้นกลางจากการเปลี่ยนแปลงความดัน เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด
  • Oxygen Toxicity: ความเป็นพิษของออกซิเจนต่อระบบประสาทส่วนกลาง (กระตุ้นอาการชัก) และปอด โอกาสเกิดต่ำมากในกลุ่มที่ใช้ความดันระดับ 1.4 ATA แต่ยังต้องเฝ้าระวังในความดันสูง
  • Myopic Shift: การเปลี่ยนแปลงสายตาสั้นชั่วคราวจากความโค้งของเลนส์ตา มักคืนสภาพหลังหยุดการรักษา
  • Claustrophobia: ภาวะกลัวที่แคบระหว่างอยู่ในแคปซูล

 

บทสรุป (Conclusion)

HBOT ในบริบทของเวชศาสตร์บูรณาการ มีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือปรับระบบสรีรวิทยาของร่างกาย มากกว่าการเป็นเพียงการรักษาเชิงรับ (Reactive Treatment)

การประยุกต์ใช้ Low-pressure HBOT ที่ความดัน 1.4 ATA ช่วยสนับสนุนการสร้างกลไก Hyperoxic-Hypoxic Paradox ที่ให้ความปลอดภัยสูงสำหรับการดูแลสุขภาพระยะยาว หลักฐานจาก evidence based medicine ได้ขยายขอบเขตของ HBOT สำหรับภาวะฉุกเฉิน แผลเบาหวาน ไปสู่ mild HBOT แม้ว่าหลักฐานทาง EBM จะยังไม่สิ้นสุด แต่ข้อมูลเชิงชีววิทยาระดับเซลล์ บ่งชี้ถึงประโยชน์ที่ชัดเจนในการจัดการกับภาวะอักเสบเรื้อรัง กลุ่มอาการทางความเสื่อมของสมองระยะเริ่มแรก ภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง เสริมการรักษามะเร็ง และการปกป้องเทโลเมียร์เพื่อชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม

  1. Hachmo, Y., et al. (2020). Hyperbaric oxygen therapy increases telomere length and decreases immunosenescence in isolated blood cells: a prospective trial. Aging (Albany NY), 12(22), 22445–22456.
  2. Hadanny, A., & Efrati, S. (2020). The Hyperoxic-Hypoxic Paradox. Biomolecules, 10(6), 958.
  3. Boussi-Gross, R., et al. (2013). Hyperbaric oxygen therapy can improve post concussion syndrome years after mild traumatic brain injury – randomized prospective trial. PLoS ONE, 8(11), e79995.

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 4 กันยายน 2569