Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / การให้สารนิโคตินาไมด์ อะดีนีน ไดนิวคลีโอไทด์ ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous NAD+ Therapy)

การให้สารนิโคตินาไมด์ อะดีนีน ไดนิวคลีโอไทด์ ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous NAD+ Therapy)

NAD Plus Therapy Banner

คำอธิบายและความเป็นมา (Description & Background)

นิโคตินาไมด์ อะดีนีน ไดนิวคลีโอไทด์ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide: NAD+) เป็นโคเอนไซม์สำคัญที่พบในเซลล์สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทำหน้าที่ถ่ายโอนอิเล็กตรอนในปฏิกิริยารีดอกซ์ของกระบวนการเผาผลาญระดับเซลล์ และเป็นสารตั้งต้น (Co-substrate) สำหรับเอนไซม์ควบคุมการแสดงออกของยีน การซ่อมแซมสารพันธุกรรม และการควบคุมกระบวนการชราภาพ การค้นพบ NAD+ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906 โดย Arthur Harden และ William John Young ในกระบวนการหมักของยีสต์ ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เริ่มมีการนำ NAD+ มาบริหารทางหลอดเลือดดำ (IV NAD+) เพื่อบำบัดภาวะเสพติดและระงับอาการถอนยา

NAD Plus Therapy 01

ในบริบทของชีววิทยาความชราและเวชศาสตร์ชะลอวัยร่วมสมัย งานวิจัยของ David A. Sinclair และคณะ ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในการทำความเข้าใจบทบาทของ NAD+ โดยค้นพบว่าระดับ NAD+ ในเนื้อเยื่อจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามอายุขัย ซึ่งส่งผลให้การทำงานของเอนไซม์ตระกูล Sirtuins ลดลง นำไปสู่ความเสื่อมถอยของการทำงานในระดับเซลล์และไมโทคอนเดรีย งานวิจัยดังกล่าวยังระบุว่าการฟื้นฟูระดับ NAD+ ในร่างกายสามารถชะลอและย้อนกระบวนการชราภาพบางประการในแบบจำลองสิ่งมีชีวิตได้ (Sinclair & Guarente, 2014; Rajman et al., 2018) การให้ NAD+ ทางหลอดเลือดดำโดยตรงจึงถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อข้ามข้อจำกัดด้านชีวปริมาณออกฤทธิ์ (Bioavailability) ในระบบทางเดินอาหารและเพิ่มความเข้มข้นในพลาสมาอย่างรวดเร็ว (Braidy & Liu, 2020)

NAD Plus Therapy 02

กลไกทางชีววิทยาและอื่นๆ (Biological Mechanisms & Others)

NAD+ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของสรีรวิทยาการชะลอวัยและการทำงานระดับเซลล์ผ่าน 4 กลไกหลัก:

  1. ชีวพลังงานและระบบลูกโซ่ขนส่งอิเล็กตรอน (Mitochondrial Bioenergetics):NAD+ ในรูป NADH ทำหน้าที่เป็นตัวให้อิเล็กตรอนแก่ Complex I (NADH:ubiquinone oxidoreductase) ในวิถี Electron Transport Chain (ETC) เพื่อสร้าง Adenosine Triphosphate (ATP) การรักษาสัดส่วน NAD+/NADH ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ Oxidative Phosphorylation และรักษาศักย์ไฟฟ้าเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรีย (Mitochondrial Membrane Potential)
  2. การควบคุมอีพิเจเนติกส์ผ่าน Sirtuins (SIRT1–SIRT7):Sirtuins เป็นกลุ่มเอนไซม์ NAD+-dependent Deacetylases โดยเฉพาะ SIRT1 และ SIRT3 ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้น PGC-1α ส่งเสริมการสร้างไมโทคอนเดรียใหม่ (Mitochondrial Biogenesis), กระตุ้นการกำจัดไมโทคอนเดรียที่เสื่อมสภาพ (Mitophagy) และยับยั้งวิถีการอักเสบ NF-κB
  3. การซ่อมแซมโครงสร้างสารพันธุกรรม (DNA Repair via PARPs):เอนไซม์ Poly(ADP-ribose) Polymerases (PARP-1) ใช้ NAD+ เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสาย Poly(ADP-ribose) เพื่อส่งสัญญาณและระดมโปรตีนเข้าซ่อมแซม DNA Double-strand Breaks จากภาวะเครียดออกซิเดชัน
  4. การควบคุมการอักเสบระดับเซลล์และ CD38 Pathway:ภาวะชราภาพกระตุ้นการแสดงออกของเอนไซม์ CD38 ในแมคโครฟาจและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เกิดการย่อยสลาย NAD+ อย่างรวดเร็ว การเพิ่มปริมาณ NAD+ จึงช่วยปรับสมดุลภาวะอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Sterile Low-grade Inflammation / Inflammaging)
NAD Plus Therapy 03

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

  1. การประเมินสภาวะทางคลินิกเบื้องต้น (Pre-treatment Evaluation):ซักประวัติ ตรวจวัดสัญญาณชีพ และประเมินผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การทำงานของตับ (Liver Function Test), การทำงานของไต (BUN, Creatinine, eGFR) และคัดกรองประวัติเนื้องอกหรือมะเร็ง
  2. การเตรียมสารละลายและขนาดยา (Dosing & Solution Preparation):ละลายผงยา NAD+ (Lyophilized powder) ในสารละลาย 9% Normal Saline ปริมาตร 250–500 มล. โดยกำหนดขนาดยาเริ่มต้นที่ 250–500 มก. และสามารถปรับเพิ่มตามการตอบสนองได้ถึง 750–1,000 มก. ต่อครั้ง
  3. การบริหารยาทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Infusion Protocol):บริหารยาแบบหยดช้า (Slow IV Infusion) ต่อเนื่องเป็นเวลา 2–4 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นที่อัตราการหยดต่ำ (10–20 หยดต่อนาที) เพื่อป้องกันการกระตุ้นตัวรับตามระบบหลอดเลือดและทางเดินอาหาร
  4. การติดตามผลระหว่างรับบริการ (Intra-infusion Monitoring):ตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรทุก 30–60 นาที หากผู้รับบริการมีอาการแน่นหน้าอก มวนท้อง หรือปวดศีรษะ ให้ปรับลดอัตราการหยดยาลงทันทีจนกว่าอาการจะสงบ
NAD Plus Therapy 04

ประโยชน์ (Benefits)

  • การฟื้นฟูพลังงานระดับเซลล์ (Cellular Bioenergetics): เพิ่มประสิทธิภาพการสร้าง ATP ลดความเหนื่อยล้าสะสมและการสูญเสียพลังงานในระดับไมโทคอนเดรีย
  • การเสริมประสิทธิภาพระบบประสาทและการรับรู้ (Cognitive Enhancement): สนับสนุนการทำงานของเซลล์ประสาท ความจำ สมาธิ และความชัดเจนของกระบวนการคิด
  • การชะลอความเสื่อมระดับโครงสร้าง (Systemic Anti-aging): เสริมการซ่อมแซม DNA ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และส่งเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ
  • การปรับสมดุลเมแทบอลิซึม (Metabolic Regulation): เพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) และสนับสนุนการเผาผลาญไขมันในระดับเซลล์
NAD Plus Therapy 05

ผู้ที่อาจจะได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

จากหลักฐานเบื้องต้น และกลไกทางพยาธิสรีรวิทยา โรคและสภาวะดังต่อไปนี้ อาจจะได้รับประโยชน์:

  • ภาวะมีบุตรยากและคุณภาพเซลล์สืบพันธุ์เสื่อมถอย (Infertility & Reproductive Aging): การลดลงของระดับ NAD+ ในเซลล์ไข่ (Oocytes) ตามอายุส่งผลต่อการแบ่งตัวของโครโมโซมและประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรีย การฟื้นฟูระดับ NAD+ มีกลไกทางสรีรวิทยาที่ช่วยรักษาคุณภาพของเซลล์ไข่ ปรับปรุงกระบวนการแบ่งเซลล์ และสนับสนุนการเจริญพันธุ์ในวัยเจริญพันธุ์ขั้นสูง (Bertoldo et al., 2020)
  • โรคความเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegenerative Diseases): เช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) และโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) โดยกลไกของ NAD+ ช่วยลดการสะสมของโปรตีนผิดปกติ ยับยั้งภาวะ Neuroinflammation และปกป้องเซลล์ประสาทจากการตายแบบ Apoptosis (Fang et al., 2019)
  • กลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) และภาวะสมองล้า (Brain Fog): กลุ่มที่พบความบกพร่องของการสร้างชีวพลังงานในไมโทคอนเดรีย
  • ภาวะเสื่อมถอยของการทำงานของสมองตามวัย (Age-related Cognitive Decline / Mild Cognitive Impairment)
  • กลุ่มอาการทางระบบเผาผลาญและภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Metabolic Syndrome & Insulin Resistance)
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพและการติดสารเสพติด (Addiction Recovery Support): เพื่อปรับสมดุลสารสื่อประสาทและลดอาการอยากระหว่างกระบวนการถอนยา
NAD Plus Therapy 06

ข้อห้าม (Contraindications)

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามหรือเนื้องอกที่ยังไม่ได้รับการรักษา (Active Malignancy): เซลล์มะเร็งมีการแบ่งตัวสูงและต้องพึ่งพาวิถี NAD+ ในการสร้างพลังงานและการซ่อมแซม DNA
  • หญิงตั้งครรภ์และสตรีระหว่างให้นมบุตร: ยังขาดข้อมูลความปลอดภัยทางคลินิกที่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรงต่อ NAD+ หรืออนุพันธ์ของวิตามินบี 3
  • ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง (Severe Congestive Heart Failure) หรือโรคไตระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease): เสี่ยงต่อภาวะสารน้ำเกินจากการบริหารยาทางหลอดเลือดดำ
NAD Plus Therapy 07

ข้อควรระวัง (Precautions)

  • ผลข้างเคียงระหว่างการบริหารยา (Infusion-related Symptoms): เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก มวนท้อง ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ หรือหน้าแดง ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราเร็วในการหยดยา สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับลดอัตราการให้ยาให้ช้าลง
  • ภาวะพร่องหมู่เมทิล (Methylation Depletion): เมแทบอไลต์ส่วนเกินของ NAD+ (Nicotinamide) จะถูกขับออกทางไตผ่านกระบวนการ Methylation เป็น N-methylnicotinamide ซึ่งดึงเอา Methyl Groups จากร่างกายไปใช้ การให้ NAD+ ขนาดสูงเป็นระยะเวลานานจึงควรพิจารณาให้ Methyl Donors เสริม (เช่น Methylcobalamin, Trimethylglycine)
  • ข้อจำกัดของหลักฐานเชิงประจักษ์: แม้กลไกทางชีวโมเลกุลในแบบจำลองสัตว์ทดลองจะมีความชัดเจน แต่ข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT) ขนาดใหญ่ในมนุษย์สำหรับการบริหารทางหลอดเลือดดำยังมีจำกัด การประเมินผลจึงต้องอาศัยการตรวจติดตามทางคลินิกร่วมด้วย
NAD Plus Therapy 09

บทสรุป (Conclusion)

การให้สาร NAD+ ทางหลอดเลือดดำ (IV NAD+) เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์การทำงาน ที่มุ่งเป้าการฟื้นฟูชีวพลังงานระดับไมโทคอนเดรียและการกระตุ้นการซ่อมแซมระดับยีน งานวิจัยทางชีววิทยาระดับโมเลกุลยืนยันถึงบทบาทสำคัญของ NAD+ ต่อการชะลอวัย การปกป้องระบบประสาท และการปรับปรุงคุณภาพเซลล์สืบพันธุ์ อย่างไรก็ดี การนำมาใช้ทางคลินิกจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองข้อห้ามอย่างรัดกุม การควบคุมอัตราการให้ยาอย่างเคร่งครัด และการติดตามผลการศึกษาทางคลินิกระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อกำหนดมาตรฐานการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

  • Bertoldo, M. J., Listijono, D. R., Ho, W. H. J., Riepsamen, A. H., Goss, D. M., Richani, D., … & Sinclair, D. A. (2020). NAD+ repletion resuscitates female fertility during reproductive aging. Cell Reports, 30(6), 1670-1681.
  • Braidy, N., & Liu, Y. (2020). NAD+ deficiency diseases: Nicotinamide Adenine Dinucleotide as a target for therapy. Mechanisms of Ageing and Development, 192, 111364.
  • Covarrubias, A. J., Perrone, R., Grozio, A., & Verdin, E. (2021). NAD+ metabolism and its roles in cellular processes during ageing. Nature Reviews Molecular Cell Biology, 22(2), 119-141.
  • Fang, E. F., Hou, Y., Palikaras, K., Adriaanse, B. A., Kerr, J. S., Yang, B., … & Bohr, V. A. (2019). Mitophagy inhibits amyloid-β and tau pathology and reverses cognitive deficits in models of Alzheimer’s disease. Nature Neuroscience, 22(3), 401-412.
  • Rajman, L., Chwalek, K., & Sinclair, D. A. (2018). Therapeutic potential of NAD-boosting molecules: the in vivo evidence. Cell Metabolism, 27(3), 529-547.
  • Sinclair, D. A., & Guarente, L. (2014). Small-molecule allosteric activators of sirtuins. Annual Review of Pharmacology and Toxicology, 54, 363-380.

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 7 ตุลาคม 2569