Medical Service

Home / Medical Service / Medical Treatment / Mega dose

Mega dose

การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำในขนาดสูง (High-Dose Intravenous Vitamin C หรือ Megadose Vitamin C)

MPV Banner MPV

คำอธิบายและความเป็นมา (Description & Background)

การให้วิตามินซีทางหลอดเลือดดำในขนาดสูง (High-Dose Intravenous Vitamin C หรือ Megadose Vitamin C) เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ข้ามกระบวนการดูดซึมผ่านทางเดินอาหาร เพื่อสร้างระดับความเข้มข้นของกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ในพลาสมาให้สูงกว่าการรับประทานหลายสิบเท่า แนวทางนี้มีจุดเริ่มต้นจากการศึกษาของ Dr. Linus Pauling และถูกนำมาพัฒนาเป็นโปรโตคอลการรักษาอย่างเป็นระบบโดยสถาบันวิจัย Riordan Clinic (Riordan Protocol) ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงเวชศาสตร์การทำงาน (Functional Medicine) และเวชศาสตร์บูรณาการ เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน และเป็นส่วนเสริมในการรักษามะเร็ง

MPV 1

ธรรมชาติของวิตามินซีนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นเอ็นและข้อต่อ วิตามินซียังมีตัวรับที่เม็ดเลือดขาว สามารถกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพดี จึงเป็นการเสริมสร้างภูมิต้านทานอย่างเป็นธรรมชาติ

วิตามินซีช่วยต้านฮีสตามีน มีประโยชน์ในโรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ และเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในร่างกาย และมีส่วนช่วยฟื้นฟูต่อมหมวกไต จึงมีประโยชน์ในผู้ที่ต่อมหมวกไตล้า และระยะพักฟื้นหลังการผ่าตัด หลังการติดเชื้อ เป็นต้น

สูตรสำหรับการให้ Vitamin C ทางหลอดเลือดดำของ Absolute Health จะเพิ่ม cofactor ต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบไปด้วย เช่น กลุ่มวิตามินบี แร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ดังนั้น การให้ Megadose Vitamin C จึงเรียกชื่อว่า Multiple Vitamin Infusion (MPV)

MPV 5

กลไกทางชีววิทยาและอื่น ๆ (Biological Mechanisms & Others)

กลไกการออกฤทธิ์ของวิตามินซีขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นในพลาสมา:

  1. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect): ในขนาดต่ำถึงปานกลาง วิตามินซีทำหน้าที่ให้อิเล็กตรอนเพื่อสะเทินอนุมูลอิสระ ลดภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) และเป็นโคแฟกเตอร์ (Cofactor) ในการสังเคราะห์คอลลาเจน รวมถึงการทำงานของเม็ดเลือดขาว
  2. ฤทธิ์สนับสนุนการเกิดออกซิเดชัน (Pro-oxidant Effect): เมื่อได้รับในขนาดสูง (Megadose) ผ่านทางหลอดเลือดดำ วิตามินซีจะทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กและทองแดงในพื้นที่นอกเซลล์ (Extracellular space) ก่อให้เกิดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) เซลล์ปกติมีเอนไซม์คาตาเลส (Catalase) เพียงพอที่จะกำจัด H2O2 ได้ แต่เซลล์มะเร็งมักมีเอนไซม์ชนิดนี้ต่ำ H2O2 จึงสะสมและทำลายไมโทคอนเดรียและดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็ง นำไปสู่ภาวะเซลล์มะเร็งตาย (Apoptosis)
MPV 2

ขั้นตอนการปฏิบัติ (Practical Steps)

การบริหารวิตามินซีทางหลอดเลือดดำต้องปรับขนาดตามวัตถุประสงค์ทางคลินิกและน้ำหนักตัวของผู้ป่วย:

  • สำหรับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวหลังการติดเชื้อ: ใช้ขนาดประมาณ 15–20 กรัม (gm) ผสมในสารละลาย Isotonic เช่น Normal Saline หรือ Sterile Water นำส่งผ่านหลอดเลือดดำช้า ๆ
  • สำหรับเสริมการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง: อ้างอิงตาม แนวทางการรักษาขนาดยาจะอยู่ที่ประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (1 gm/kg) โดยอาจเริ่มต้นที่ขนาด 15 กรัมเพื่อประเมินความทนทานของร่างกาย แล้วจึงค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาด (Titrate) ขึ้นในการให้ครั้งถัด ๆ ไปจนถึงระดับเป้าหมาย (Therapeutic level)
  • ระยะเวลาการให้ (Infusion Rate): โดยทั่วไปใช้เวลา 1–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณยาทั้งหมดและระดับความเข้มข้น (Osmolarity)

ประโยชน์ (Benefits)

  • ระยะสั้น: บรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ลดระยะเวลาการฟื้นตัวจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย และลดการหลั่งสารอักเสบ (Inflammatory cytokines)
  • ระยะยาว: ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อจากความเสื่อมสภาพตามวัย และเพิ่มคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ในผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา โดยช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาแผนปัจจุบัน
MPV 3

ผู้ที่อาจได้รับประโยชน์จากการรักษา (Indications)

อิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์เบื้องต้นและกลไกทางพยาธิสรีรวิทยา กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์ ได้แก่:

  • ผู้ที่อยู่ในระยะพักฟื้นจากการติดเชื้อรุนแรง หรือมีภาวะ Long COVID
  • ผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome)
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องการการรักษาเสริม (Adjunctive Cancer Therapy) เพื่อลดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดและเพิ่มคุณภาพชีวิต
  • ผู้ที่มีภาวะความเครียดออกซิเดชันสูงจากมลภาวะหรือไลฟ์สไตล์

ข้อห้าม (Contraindications)

  • ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ชนิดรุนแรง (Severe G6PD Deficiency): ห้ามให้วิตามินซีขนาดสูงเด็ดขาด เนื่องจากฤทธิ์ Pro-oxidant จะทำให้เม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia) อย่างรุนแรง ต้องมีการตรวจคัดกรองระดับเอนไซม์ G6PD ก่อนการรักษาเสมอ
  • ภาวะไตวาย (Renal Failure) หรือผู้ที่ฟอกไต เนื่องจากร่างกายไม่สามารถขับของเหลวและปริมาณโซเดียมที่มาพร้อมกับสารละลายออกได้ทัน
  • ประวัติโรคนิ่วในไตชนิดแคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate Kidney Stones) วิตามินซีสามารถถูกเมแทบอไลต์เป็นกรดออกซาเลตได้
MPV 4

ข้อควรระวัง (Precautions)

  • การคำนวณค่าออสโมลาริตี (Osmolarity): วิตามินซีในขนาดสูงมากจะเพิ่มค่า Osmolarity ของสารละลายอย่างมีนัยสำคัญ หากสารละลายมีความเข้มข้นสูงเกินไป (Hypertonic) อาจทำให้เกิดหลอดเลือดดำอักเสบ (Phlebitis) จึงต้องคำนวณปริมาณสารละลายน้ำ (Diluent) ให้เหมาะสม
  • อัตราการหยด (Drip Rate): หากตั้งอัตราการหยดสารละลายเร็วเกินไป จะทำให้ระดับความเข้มข้นของสารในเลือดเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ (Headache) วิงเวียน คลื่นไส้ หรือเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเทียม (Pseudo-hypoglycemia)
  • ภาวะขาดน้ำ: ผู้ป่วยควรดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังการรับบริบาลเพื่อช่วยให้ไตขับถ่ายออกซาเลตและป้องกันการตกตะกอน

บทสรุป (Conclusion)

Megadose Vitamin C เป็นเครื่องมือทางการแพทย์เชิงบูรณาการที่มีศักยภาพสูง ทั้งในแง่การฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน (ขนาด 15–20 กรัม) และการใช้เป็นส่วนเสริมรักษามะเร็ง (ขนาด 1 กรัม/กิโลกรัม) กลไกการทำงานที่เปลี่ยนผ่านจากการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสู่การเป็นสารสร้างอนุมูลอิสระจำเพาะเจาะจง (Pro-oxidant) นำเสนอทางเลือกในการจัดการความเจ็บป่วยในระดับเซลล์ อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การประเมินข้อห้าม โดยเฉพาะภาวะพร่อง G6PD และการควบคุมอัตราการให้ตลอดจนออสโมลาริตีอย่างรัดกุม เป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จและสวัสดิภาพของผู้ป่วย

  1. Riordan Protocol and mechanisms of high-dose Vitamin C in cancer. (Cancer Treatments Research, 2016).
  2. Safety and evidence behind high-dose IV vitamin C, G6PD considerations. (Dr. Torun’s Clinic, 2026).
  3. Vitamin C induced hemolysis: Meta summary and review of literature regarding G6PD deficiency. (Authorea, 2024).

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ

เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health

เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 29 กันยายน 2569