Home / Medical Service / Medical Treatment / Multipass Ozone Therapy
High Dose Ozone Therapy (HDO)
โอโซนเป็นก๊าซที่เป็นที่รู้จักกันดีถึงความสามารถที่โดดเด่นในการกำจัดเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรียก่อโรค และพยาธิ และในขนาดที่สูงเพียงพอก็จะสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ เมื่อนำมาใช้ในการรักษา จึงเป็นการบำบัดที่ทรงประสิทธิภาพสูง
โอโซนบำบัดจัดเป็นการรักษาทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่มีการใช้ในประเทศแถบยุโรป มาเกือบ 100 ปี ในหลาย ๆ กลุ่มอาการ อาทิ การติดเชื้อ โรคของระบบภูมิต้านทาน อาการอ่อนเพลีย โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด รวมไปถึงโรคมะเร็ง เป็นต้น
การรักษาโดยใช้โอโซนมีหลายรูปแบบ เช่น การอบแผล การสวนเก็บทางทวารหนัก เป็นต้น โดยรูปแบบที่มีการศึกษาทางการแพทย์มากที่สุด คือการกระตุ้นผ่านเลือดที่เรียกว่า Ozonated Major Autohemotherapy โดยเฉพาะในประเทศเยอรมันนี ออสเตรีย รัสเซีย ประเทศในยุโรปและอเมริกากลาง ซึ่งการรักษาด้วยโอโซน อยู่ในระบบการแพทย์แบบแผน มีการศึกษาวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพย์หลายพันชิ้น
โดยธรรมชาติแล้ว โอโซนจะมีปริมาณไม่สูงมาก เช่น แถบชายทะเล จะมีโอโซน ประมาณ 20-40 ppb ซึ่งความจริงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความสดชื่นเวลาไปชายทะเล ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ ประจุลบ , white noise จากเสียงคลื่น และการผ่อนคลายทางจิตวิทยา โอโซนที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่อาศัยประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคได้ทุกชนิด ซึ่งโอโซนระดับนั้น เป็นพิษต่อทางเดินหายใจ ห้ามสูดดม
เมื่อนำมาใช้ในทางการแพทย์ จะไม่ได้เอาก๊าซโอโซนมาใช้โดยตรง โดยก๊าซโอโซนจะถูกผลิตจาก ออกซิเจน 100% แทนที่จะผลิตจากอากาศ โดยจะถูกส่งออกมาจากเครื่องผลิตโอโซนความละเอียดสูง ที่เรียกว่า Medical Ozone Generator ซึ่งแตกต่างจากเครื่องผลิตโอโซนทั่วไป คือ สามารถผลิตโอโซนบริสุทธิ์ 100% ที่ปราศจากก๊าซปนเปื้อน และนำมาผสมกับออกซิเจนบริสุทธิ์ โดยสามารถควบคุมปริมาณได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ 5 µg/ml oxygen ไปจนถึง 80 µg/ml oxygen จากนั้นจึงผ่านเข้าไปในขวดสุญญากาศ ที่ดึงเลือดขึ้นมาทำปฏิกิริยากับโอโซน โดยโอโซนจะทำปฏิกิริยากับส่วนที่เป็นไขมันของเลือดภายในเสี้ยววินาที ได้สารประกอบจำพวก ozonide ซึ่งกลายเป็นสารที่มีความเสถียรสูง ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ทั่วไป และมีฤทธิทางเภสัชวิทยา โดย Ozonide จะไหลเวียนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน กำจัดเชื้อซ่อนเร้น และออกฤทธิทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ ดังรายละเอียดในบทความก่อนหน้านี้
Medical Ozone ที่ Absolute Health เลือกใช้จะเป็นระบบ Hyperbaric Ozone Generator โดยแรงดันจะทำให้โอโซนสามารถผสมและทำปฏิกิริยากับเลือดได้เพิ่มขึ้น
แพทย์ผู้รักษาจะใส่สายน้ำเกลือและเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำบริเวณแขน แล้วต่อเข้ากับสายและขวดแก้วปลอดเชื้อ โดยเครื่องจะดึงเลือดมาครั้งละ 200 mL หลังจากนั้นจะนำก๊าซโอโซนจากเครื่องผลิตโอโซน (ขนาด 40–70 ไมโครกรัม/กรัม oxygen) อัดแรงดันผ่านสายเข้าไปผสมกับเลือด
โอโซนจะทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเลือดทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที เกิดเป็นสาร Ozonide ซึ่งมีความเสถียรระดับหนึ่ง แล้วเดินทางกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ก่อให้เกิดผลทางเภสัชวิทยา ตามที่กล่าวไว้แล้วในตอน MAH Ozone เรียกว่า การทำโอโซนบำบัด 1 รอบ หรือ 1 pass (รวมเป็นปริมาณโอโซนทั้งสิ้น 40 × 200 = 8,000 ไมโครกรัม หรือ 8 มิลลิกรัม)
ส่วนการรักษาด้วยวิธีโอโซนบำบัดความเข้มข้นสูง High Dose Ozone Therapy (HDO) นั้น ผู้ริเริ่มและคิดค้นก่อนแพร่หลายไปทั่วโลก คือ คุณหมอโจฮาน ลาโฮดนี (Dr. Johann Lahodny) สูตินรีแพทย์ชาวออสเตรีย ซึ่งได้เพิ่มจำนวนครั้งของการบำบัดเลือดจาก 1 รอบตามปกติ ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึง 10 รอบ ของการบำบัดรักษาในแต่ละครั้ง และในแต่ละรอบจะใช้เลือดครั้งละ 200–220 mL กับความเข้มข้นของโอโซนที่ 70 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้ได้การกระตุ้นเลือดมากถึง 2,000 mL หรือ 2 ลิตร และคิดเป็นปริมาณโอโซน 140,000 ไมโครกรัม หรือ 140 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่ามากกว่าขนาดปกติ หรือ 1 pass ถึง 17.5 เท่า
คุณหมอลาโฮดนีพบว่าการรักษาด้วยโอโซนขนาดสูงนี้ได้ผลดีในหลายโรค เช่น โรคติดเชื้อเรื้อรัง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคไลม์ กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดกล้ามเนื้อและพังผืดเรื้อรัง หรือ Fibromyalgia รวมไปถึงโรคระบบเมทาบอลิกอย่างโรคเบาหวานและโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังพบว่า HDO สามารถกระตุ้น Stem Cell ในร่างกายให้เพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง
การรักษาด้วย High Dose Ozone Therapy ไม่ใช่การรักษาที่ไม่มีผลข้างเคียง จึงต้องอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์
โอโซนในขนาดที่สูงขึ้นสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาการเยียวยา หรือ Healing Crisis (ภาวะระบายพิษ) ได้ ซึ่งหากเกิดภาวะ Healing Crisis แพทย์จะทำการรักษาและดูแลตามขั้นตอน และส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะดีขึ้นจากโรคที่เป็นอยู่อย่างรวดเร็ว
HDO อาจส่งผลให้ปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นประมาณ 2–3 ครั้งภายหลังจากทำทันทีก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากเม็ดเลือดที่ใกล้หมดอายุปริมาณน้อย ๆ ถูกนำออกและแทนที่ด้วยเม็ดเลือดที่แข็งแรงสมบูรณ์
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการ
เนื้อหาจัดทำโดย แอ็บโซลูท เฮลธ์ · ดูทีมแพทย์ของ Absolute Health
เผยแพร่เนื้อหา: 25 กรกฎาคม 2568 · ปรับปรุงล่าสุด: 16 กันยายน 2569