Medical Article

Home / Medical Article / ซ่อมเซลล์สมอง ช่วยลดสั่นปัญหาพาร์กินสัน

ซ่อมเซลล์สมอง ช่วยลดสั่นปัญหาพาร์กินสัน

ซ่อมเซลล์สมอง ช่วยลดสั่นปัญหาพาร์กินสัน

Banner WEB AH 05 result2

โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) เป็นภาวะความเสื่อมของเซลล์สมอง ในส่วนก้านสมองที่เรียกว่า         ซับสแตนเชียร์ไนกร้า พาร์ คอมแพกต้า (Substantia Nigra Pars Compacta) ซึ่งเซลล์สมองนั้นมีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และผลิตสารสื่อประสาทชื่อโดปามีน (Dopamine) จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนไข้พาร์กินสันจึงมีอาการสั่น เกร็ง ใบหน้าเรียบเฉย เคลื่อนไหวช้า และโดยเฉพาะมีอาการมือสั่นขณะพัก โรคพาร์กินสันส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หากไม่รักษาส่วนใหญ่จะเกิดอัลไซเมอร์ตามมา

PIC 1 1 1

อาการหลัก ๆ ที่พบบ่อย เช่น 

  • การเคลื่อนไหวช้า การ ยืน เดิน นั่ง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นเคลื่อนไหว เช่น จากเดิมอยู่ในท่านั่งและต้องการจะลุกเดิน ในก้าวแรกจะก้าวได้ช้ามาก ๆ แต่พอก้าวได้แล้วจะสามารถไปต่อได้เรื่อย ๆ 

  • การหยุดเดินทำได้ยาก เมื่อเริ่มก้าวเดินแล้วจะไม่สามารถหยุดได้ทันทีทันใด ต้องค่อยๆ ชะลอความเร็วจึงจะสามารถหยุดได้ 

  • ก้าวเท้าถี่ๆ ในขณะเดินคนไข้พาร์กินสันจะก้าวเท้าสั้นๆ ถี่ๆ 

  • มีอาการสั่นขณะพัก เช่น ขณะนั่งนิ่ง ๆ มือจะสั่น แต่ถ้าเคลื่อนไหวหยิบสิ่งของมือจะไม่สั่น 

  • อาการแข็งเกร็ง เช่น ใบหน้าแข็งเกร็งไร้ความรู้สึก ไม่สามารถแสดงความรู้สึกทางใบหน้าได้ตามที่ใจรู้สึก

…อย่าลืมลองสำรวจคนรอบตัวว่ามีใครเข้าข่ายอาการข้างต้นบ้าง… 

PIC 1 2 1

สาเหตุคืออะไร

1. สารพิษสะสมในร่างกาย เช่น จากผงชูรส ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก

2. ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งเกิดจากมีคราบตะกรันไขมัน (Plaque) ไปเกาะที่หลอดเลือดจึงส่งผลให้ช่องทางเดินของน้ำเลือดแคบลง ทำให้เลือดใช้เวลาเดินทางมากกว่าเดิม ผลคือ เซลล์สมองได้รับออกซิเจนและสารอาหารช้ากว่าปกติ

 3.สารเคมีสะสมจากผลข้างเคียงของยาหลายชนิด ผลกระทบจากการใช้ยา เช่น จากการทานยาลดความดันโลหิตสูงซึ่งมีหลายชนิด ยานอนหลับหลาย ๆ ชนิด ยาต้านความเศร้าบางชนิด และยาเคมีหลายชนิด เป็นต้น   

PIC 2 1 1

เมื่อเลือกรักษาแบบการแพทย์บูรณาการ

     สำหรับการรักษาของทางศูนย์ฯ เราจะให้ความสำคัญตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุหลักว่ามีที่มาจากอะไร โดยส่วนใหญ่คนไข้ที่เข้ามารับการรักษาจะผ่านการรักษาด้วยการแพทย์แบบทั่วไปและอาการทรงๆ ตัวหรือบางรายอาจมีอาการไตเสื่อมตามมา ดังนั้นการตรวจของเราจึงต้องประกอบร่วมกันทั้งข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยซักประวัติ และการตรวจทางห้องปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น การตรวจสารโลหะหนัก ตรวจค่าความอักเสบของเส้นเลือด ตรวจ MRI สมอง เป็นต้น เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างรอบด้าน

      การรักษาของทางศูนย์มีด้วยกันหลายวิธี โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย แต่ทั้งนี้ ในส่วนที่เป็นการรักษาหลักคือจะใช้กลูตาไธโอน ไตเตชั่น (Glutathione titration) ร่วมกับการรักษาด้วยเซลล์ซ่อมเซลล์ (Cell heals CPT/FCT Therapy) เนื่องจากการค้นคว้าทางการแพทย์พบว่า Glutathione titration มีฤทธิ์สำคัญที่เรียกว่า กลไกทำงานภายใน (Intrinsic mechanisms) เป็นกลไกในการซ่อมแซมแบบนิวโร รีเจอเนเรชั่น (Neuro Regeneration) ส่วนเซลล์ซ่อมเซลล์ที่สามารถพุ่งเป้าเข้าไปซ่อมแซมเซลล์สมองในส่วนของก้านสมองได้โดยตรง 

     เมื่อคนไข้ได้รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉลี่ยประมาณ 6 เดือนไปแล้ว อาการจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คนไข้และญาติจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ เช่น คนไข้อารมณ์ดีขึ้น สามารถแสดงอารมณ์ทางใบหน้าได้ การเคลื่อนไหวที่เคยช้า ๆ ก็ดีขึ้นในลักษณะที่เกือบเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการรักษาและผลการรักษาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล  

PIC 2 2 1

หัวใจหลักในการดูแลคนไข้ที่ญาติควรให้ความสำคัญ

      มีความเข้าใจ ใส่ใจ และช่วยดูแลในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อสอดคล้องกับอาการของคนไข้ เช่น คนไข้ทานอาหารช้า ควรค่อย ๆ ป้อน หรืออย่าเร่งให้ต้องรีบทาน เพราะหากให้รีบทานอาจสำลักและมีผลจนทำให้ขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิตได้ในที่สุดเลยทีเดียว

     เมื่อใดก็ตามที่คุณหรือคนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน อย่าละเลย ต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างตรงจุด เพราะยิ่งความเสื่อมของเซลล์สมองมีมากขึ้น การรักษาก็ย่อมยากตามไปด้วย ฉะนั้น อย่าลืมสังเกตความผิดปกติ แม้จะไม่มีอาการใด ๆ ก็ยังต้องใส่ใจดูแลสุขภาพอยู่เสมอ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงสาเหตุอันจะนำไปสู่ปัญหา โรคพาร์กินสันได้ในอนาคต