Home / Medical Article / “ปวดเรื้อรัง”: เมื่อความปวดไม่ใช่แค่แผล แต่เป็นระบบที่เสียสมดุล
โดย นพ.ศิต เธียรฐิติ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการแพทย์บูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย
หลายคนเข้าใจว่าความปวดเกิดจาก “แผล” หรือ “การอักเสบ” เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ในผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง (ปวดนานเกิน 3 เดือน) ร่างกายอาจไม่ได้มีแผลที่รุนแรงอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “ระบบรับรู้ความปวด” ของร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ กล่าวคือ
ความปวดไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่สิ่งที่เกิดในร่างกาย แต่ขึ้นอยู่กับการตีความของสมองด้วย
ความปวดเกิดได้จากหลายแหล่ง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ
แต่ในชีวิตจริง คนไข้มักไม่ได้ ปวดแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว มักเป็นแบบ “ผสมกัน” เช่น มีทั้งปัญหากล้ามเนื้อ + ระบบประสาทไวเกิน และ ความเครียดสะสม
ทำไมบางคนปวดไม่หายสักที
ในช่วงแรก ความปวดอาจเริ่มจากแผลหรือการอักเสบ แต่ถ้าอาการปวดอยู่นาน ระบบประสาทจะเริ่ม “เรียนรู้ความปวด” ผลที่ตามมาก็คือ
* ร่างกายไวต่อความปวดมากขึ้น
* สิ่งกระตุ้นเล็กน้อยก็รู้สึกปวด
* หรือบางครั้งปวดทั้งที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน
ทำให้เกิดเป็น “วงจรความปวด” ที่หมุนไปเรื่อย ๆ เมื่อสมองกลายเป็นศูนย์กลางของความปวด ในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น Fibromyalgia หรือ กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง ความปวดไม่ได้อยู่ที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่เป็น การปวดทั้งตัว ร่วมกับความอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ สมองล้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความปวดเป็นเรื่องของ “ทั้งระบบ” ไม่ใช่แค่จุดเดียว
ทำไมแพทย์ถึงวัดระดับความเจ็บปวดด้วยการถามคนไข้ เพราะความปวดเป็น “ความรู้สึก” ไม่ใช่ตัวเลขในเลือด และถึงแม้จะมีการตรวจหลายอย่าง แต่ก็ยังไม่มีตัวไหนที่บอกได้ชัดว่า “ปวดมากแค่ไหน” ดังนั้น สิ่งที่คนไข้รู้สึก คือข้อมูลที่สำคัญที่สุด
ความเครียดของเซลล์ (Oxidative stress)อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของปัญหาอาการปวด นอกจากเรื่องระบบประสาทแล้ว ร่างกายยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความปวดเรื้อรัง คือ
“ความเครียดระดับเซลล์” และ “การอักเสบเรื้อรัง”
เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้
ซึ่งทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้ความปวด “ติดค้าง” อยู่ในร่างกาย ระบบป้องกันของร่างกาย: Nrf2 ในร่างกายเรามีระบบหนึ่งที่ช่วยปกป้องเซลล์ เรียกว่า Nrf2 โดย ระบบนี้จะช่วย
* ลดการอักเสบ
* ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
* ช่วยให้เซลล์ฟื้นตัว
ถ้าระบบนี้ทำงานดี ร่างกายจะ “ทนต่อความเครียด” ได้ดีขึ้น และวงจรความปวดจะสงบลงได้
การรักษาความปวดเรื้อรัง: ต้องมากกว่ายาแก้ปวด
ในอดีต การรักษามักเน้นแค่ “กินยาให้หายปวด” แต่ปัจจุบันพบว่าเท่านี้ไม่เพียงพอ ดังนั้นการรักษาที่ได้ผล ต้องดูแลหลายด้านพร้อมกัน ซึ่งประกอบด้วย
* ความเข้าใจโรค
* การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
* การนอนหลับ
* การลดความเครียด
* ยาลดอักเสบ
* ยาปรับระบบประสาท
* ยาเฉพาะทางตามดุลยพินิจแพทย์
* ยาขนาดต่ำบางชนิดที่ช่วยลดการอักเสบในสมอง
* การกระตุ้นสมอง เช่น TMS
* การฉีดยาชาเพื่อลดสัญญาณปวดบางจุด
* อาหารเสริมบางชนิด
* การบำบัดด้วยออกซิเจน (HBOT)
* การบำบัดด้วย Ozone therapy
👉 วิธีเหล่านี้ช่วย “ปรับระบบภายใน” รวมถึงกระตุ้นระบบ Nrf2
ที่สุดแล้วความปวดเรื้อรังคือเรื่องของ “ทั้งระบบ” ไม่ใช่แค่แผล ไม่ใช่แค่เส้นประสาท แต่เป็นทั้ง สมอง + ร่างกาย + เซลล์
“เพราะการ รักษาความปวดเรื้อรัง ไม่ใช่แค่ทำให้ไม่ปวด แต่คือการทำให้ระบบความปวดกลับมาสมดุลอีกครั้ง”