Home / Anti Aging & Functional / ตรวจภาวะไวต่ออาหาร
สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากลำไส้ที่แข็งแรง หลายๆ โรคเรื้อรังเกิดจากลำไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) หนึ่งในสาเหตุของภาวะที่ทำให้ลำไส้ไม่แข็งแรงมาจากภาวะไวต่ออาหาร (Food Intolerance: Food IgG) การตรวจภาวะไวต่ออาหาร Food Intolerance Test จึงมีความสำคัญและสัมพันธ์กับโรคต่างๆ อีกมาก
…ลำไส้รั่วซึม & ภาวะไวต่ออาหารเชื่อมโยงกันอย่างไร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน…
เวลาที่กล่าวถึงการแพ้อาหาร ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึง คือ อาการผื่นคัน หายใจไม่ออก อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งในความจริงแล้ว อาการแพ้เช่นนั้นเรียกว่า การแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน แต่ที่เรากำลังจะคุยกันในวันนี้ คือ การแพ้อาหารแบบแฝง ซึ่งไม่ได้แสดงอาการในทันที อาการไม่รุนแรงแต่เรื้อรัง ซึ่งจะทราบได้เมื่อมีการตรวจภาวะไวต่ออาหาร (Food Intolerance Test) ซึ่งร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ และไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับโรคภูมิแพ้ แต่ส่งผลกระทบกับร่างกายได้ทุกๆ อวัยวะเลยทีเดียว ซึ่งเริ่มตั้งแต่ลำไส้ คือ เมื่อร่างกายเกิดปัญหาลำไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) นั่นย่อมทำให้เกิดช่องทางให้โมเลกุลของสารอาหารที่เราแพ้หลุดรอดเยื่อบุลำไส้เข้าไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาว โดยจะมีการสร้างแอนติบอดีและทำปฏิกิริยากับ อาหารที่รับประทานเข้าไป ร่างกายจึงจดจำว่าอาหารชนิดที่ทานเป็นตัวกระตุ้น เมื่อใดที่รับประทานอาหารชนิดนั้นอีก เม็ดเลือดขาวจะสร้างแอนติบอดีทำปฏิกิริยาส่งผลให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุลำไส้มากขึ้น และนำไปสู่ปัญหาลำไส้แปรปรวน ลำไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) หากเรายังทานอาหารเหล่านั้นอยู่ ร่างกายก็จะถูกกระตุ้นอยู่เรื่อยๆจะทำให้กระทบเกี่ยวกับระบบภูมิต้านทาน สร้างสารอักเสบเชิงซ้อนขึ้นมา และทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าการอักเสบจะเกิดกับอวัยวะใด เช่น
จากข้อมูลจะทำให้เห็นว่า โรคเรื้อรังต่างๆ ที่เกิดขึ้นถ้ามีโรคลำไส้รั่วซึม (Leaky Gut Syndrome) เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้อง นั่นย่อมหมายความว่า การตรวจภาวะไวต่ออาหาร (Food IgG) ย่อมมีความจำเป็นสำหรับทุกราย เพราะภาวะไวต่ออาหาร คือ สาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคลำไส้รั่วซึม อย่างไรก็ตาม แม้การตรวจภาวะไวต่ออาหารจะมีความสำคัญ แต่ยังไม่แพร่หลายในวงกว้าง เนื่องจากภาพในความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจภาวะไวต่ออาหาร ยังเข้าใจว่าเป็นการตรวจเฉพาะของผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้เท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงดังข้อมูลข้างต้น จึงทำให้ทราบได้ว่าโรคอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ ย่อมเชื่อมโยงกับภาวะไวต่ออาหาร ดังคำกล่าวที่ว่า “All Disease Begins In The Gut” สุขภาพที่ดี จึงต้องเริ่มต้นจากลำไส้ที่แข็งแรง
ทราบได้อย่างไรว่า อาหารใดไม่เหมาะกับเรา
นอกจากการสังเกตด้วยตัวเอง การตรวจภาวะไวต่ออาหาร (Food Intolerance Test) คือ สิ่งสำคัญสามารถตรวจการแพ้ในอาหารได้ 222 ชนิด ครอบคลุมอาหารที่รับประทานเป็นประจำ ใช้วิธีการเจาะเลือดบริเวณแขนพับ โดยไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ซึ่งผลการตรวจจะแสดงระดับสีของการแพ้ แบ่งออกเป็น 3
ระดับ ได้แก่
สีแดง กลุ่มอาหารที่เป็นปัญหา แพ้ระดับรุนแรง ควรงดรับประทานอย่างน้อย 3-6 เดือน
สีส้ม กลุ่มอาหารที่เป็นปัญหา แพ้ระดับปานกลาง ควรลดปริมาณการรับประทานลง หรือรับประทานเดือนละครั้ง
สีเหลือง กลุ่มอาหารที่เป็นปัญหา แพ้ระดับต่ำ ควรลดการรับประทานอาหารกลุ่มนี้ลง และหมุนเวียนการรับประทานอาหารกลุ่มนี้อย่างน้อย 3 เดือน
สีเขียว กลุ่มอาหารที่ไม่พบปัญหา สามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อจำกัด
การตรวจภาวะไวต่ออาหารเหมาะกับใคร
ผลการตรวจภาวะไวต่ออาหารจะทำให้ทราบถึงชนิดอาหารที่แพ้ จึงเป็นแนวทางให้สามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ หรือเลือกรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ และยังเป็นประโยชน์กับการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองในระยะยาวได้อีกด้วย